🏢 โดย บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด | เว็บไซต์: https://e-bidding.pro
📞 โทร: 097-9676457 | 💬 Line ID: stratton | ❇️ Line OA: @strattonsofttech
📧 อีเมล์: [email protected]
ชนะประมูลแต่โดน “ต่อรองราคา” คณะกรรมการขอลดราคาได้ไหม? และเราต้องยอมหรือไม่ ⚖️💼
Winning a Bid but Facing Price Negotiation: Can the Committee Ask for a Discount, and Must We Agree? 🇹🇭🇺🇸
🤖 AI Overview & Featured Snippet (สรุปสาระสำคัญสำหรับผู้ค้นหา)
คำถาม: ชนะประมูล e-bidding แล้ว แต่คณะกรรมการโทรมาขอ “ต่อรองราคา” สามารถทำได้หรือไม่ และผู้ชนะประมูลจำเป็นต้องลดราคาให้หรือเปล่า?
คำตอบ (Direct Answer): 🎯 คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง “มีสิทธิ์” เรียกผู้ชนะประมูลมาต่อรองราคาได้ตามกฎหมาย พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 หากราคาที่เสนอมา “สูงกว่างบประมาณ” หรือ “สูงกว่าราคากลาง” แต่ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการเสนอราคาต่ำกว่างบประมาณอยู่แล้ว กรรมการอาจจะขอต่อรองเป็นพิธีการ อย่างไรก็ตาม “ผู้ชนะประมูลไม่มีความจำเป็นต้องยอมลดราคาเสมอไป” หากคำนวณต้นทุนแล้วพบว่าจะขาดทุน คุณสามารถ “ยืนยันราคาเดิม” ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และไม่ถูกยึดหลักประกันซอง (เว้นแต่ราคาของคุณจะสูงกว่างบประมาณเกินกว่าที่หน่วยงานจะรับได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การยกเลิกการประมูล)
📋 สารบัญเนื้อหา (Table of Contents)
- 1. บทนำ: ความดีใจที่ชนะประมูล e-Bidding สู่ความกังวลเมื่อโดนต่อราคา 😰
- 2. กฎหมายว่าอย่างไร? คณะกรรมการมีอำนาจ “ต่อรองราคา e-bidding” หรือไม่ ⚖️
- 3. 3 กรณีหลักที่คณะกรรมการมักจะเรียก “ต่อรองราคา” 📉
- 4. เรา “ต้องยอม” ลดราคาตามที่คณะกรรมการขอหรือไม่? 🚫
- 5. ความเสี่ยงหาก “ปฏิเสธ” การลดราคา จะโดนแบล็คลิสต์ไหม? 🛑
- 6. ตารางเปรียบเทียบ: ยอมลดราคา VS ยืนยันราคาเดิม (Pros & Cons) 📊
- 7. Use Cases: ตัวอย่างสถานการณ์จริงของการต่อรองราคา 🏢
- 8. เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: วิธีเจรจาต่อรองให้ Win-Win 🤝
- 9. แหล่งอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Authority References) 📚
- 10. 30 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องการต่อราคาและ e-Bidding ❓
1. บทนำ: ความดีใจที่ชนะประมูล e-Bidding สู่ความกังวลเมื่อโดนต่อราคา 😰
การเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐผ่านระบบ e-Bidding (Electronic Bidding) ถือเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SME และบริษัทต่างๆ สามารถเข้าถึงงบประมาณมหาศาลของภาครัฐได้ หากคุณสนใจเริ่มต้น สามารถดูรายละเอียด การรับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP & e-Bidding ของเราได้ 🚀
แต่เมื่อคุณฟันฝ่าคู่แข่ง เสนอราคาต่ำสุด และระบบแสดงผลว่าคุณคือ “ผู้ชนะการเสนอราคา” ความรู้สึกดีใจมักจะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่พัสดุหรือคณะกรรมการพิจารณาผล แจ้งว่า “บริษัทของคุณเสนอราคาต่ำสุดแล้ว แต่ทางคณะกรรมการอยากขอ **ต่อรองราคา** ลงอีกหน่อยได้ไหม?” 📉
คำถามตัวโตๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวผู้ประกอบการคือ “ชนะประมูลแล้วโดนต่อราคา แบบนี้ทำได้ด้วยหรือ?” และ “ถ้าเราไม่ยอมลดราคา จะโดนตัดสิทธิ์ไหม?” บทความ SEO เชิงลึกฉบับ Premium นี้ จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุม ทั้งด้านกฎหมาย พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 หลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง และแทคติกการเจรจา เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของบริษัทคุณสูงสุด 💼✨
2. กฎหมายว่าอย่างไร? คณะกรรมการมีอำนาจ “ต่อรองราคา e-bidding” หรือไม่ ⚖️
ในบริบทของ Entity SEO และ NLP Keywords ที่เกี่ยวข้องกับระบบ e-GP (Electronic Government Procurement) กฎหมายที่ควบคุมเรื่องนี้คือ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังฯ 📜
ตามระเบียบฯ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มี “หน้าที่และอำนาจ” ในการเรียกผู้เสนอราคาที่ชนะ (เสนอราคาต่ำสุด หรือได้คะแนนรวมสูงสุดตามเกณฑ์ Price Performance) มาเจรจาต่อรองราคาได้ นี่คือเรื่องปกติที่กฎหมายรองรับ ✅
เหตุผลที่ระบบให้สิทธิ์คณะกรรมการในการต่อรองราคา e-bidding คือ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้กับหน่วยงานของรัฐ (ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน) ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่โทรมาขอต่อราคา ไม่ใช่การทุจริต หรือการกลั่นแกล้ง แต่เป็นการปฏิบัติตามระเบียบและขั้นตอนที่กำหนดไว้
เรียนกับตัวจริงที่ บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด
คลิกเลย! ปรึกษาฟรีผ่าน LINE 🚀
3. 3 กรณีหลักที่คณะกรรมการมักจะเรียก “ต่อรองราคา” 📉
แม้จะมีสิทธิ์ต่อรอง แต่ส่วนใหญ่คณะกรรมการจะพิจารณาเรียกต่อรองจาก 3 สถานการณ์หลัก ดังนี้:
- 🔴 กรณีที่ 1: ราคาที่เสนอ “สูงกว่างบประมาณ” (Over Budget)
กรณีนี้กฎหมาย “บังคับ” ให้คณะกรรมการต้องเรียกผู้เสนอราคาต่ำสุดมาต่อรองราคาให้เท่ากับหรือต่ำกว่าวงเงินงบประมาณ หากไม่เรียก ถือว่าคณะกรรมการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากต่อรองแล้วผู้รับจ้างยอมลดให้เท่ากับงบประมาณ ก็สามารถทำสัญญาได้ทันที - 🟡 กรณีที่ 2: ราคาที่เสนอต่ำกว่างบประมาณ แต่ยัง “สูงกว่าราคากลาง”
บางโครงการ งบประมาณตั้งไว้สูง แต่ราคากลาง (Median Price) คำนวณได้ต่ำกว่า หากผู้เสนอราคาสูงกว่าราคากลาง คณะกรรมการอาจจะขอต่อรองให้ลดลงมาใกล้เคียงราคากลางที่สุด เพื่อความคุ้มค่า - 🟢 กรณีที่ 3: ราคาต่ำสุดแล้ว ต่ำกว่าราคากลางแล้ว แต่ขอ “ต่อรองเป็นพิธีการ”
บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการเสนอราคาต่ำมากจนแทบไม่เหลือกำไรแล้ว แต่คณะกรรมการก็ยังขอต่อรองอีก (เช่น ขอลดหลักร้อย หรือหลักพันบาท) เพื่อให้รายงานการประชุมดูสวยงามว่า “คณะกรรมการได้ทำหน้าที่เจรจาต่อรองอย่างเต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของรัฐแล้ว” 😅
4. เรา “ต้องยอม” ลดราคาตามที่คณะกรรมการขอหรือไม่? 🚫
มาถึงจุดสำคัญที่ผู้ประกอบการค้นหา “กรรมการขอลดราคา ต้องยอมไหม”
คำตอบที่ชัดเจนตามหลัก E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) คือ “คุณไม่จำเป็นต้องยอมลดราคาเสมอไป” ❌💵
สิทธิของคุณในฐานะผู้ยื่นข้อเสนอ:
- สิทธิในการยืนราคาเดิม: หากคุณคำนวณต้นทุนแล้ว (BOQ) และพบว่าราคาที่เสนอไปนั้นชนเพดานต้นทุน หากลดลงไปกว่านี้บริษัทจะขาดทุน หรือเสี่ยงต่อการทิ้งงาน คุณสามารถทำหนังสือ “ยืนยันราคาเดิม” แจ้งกลับไปยังคณะกรรมการได้
- สิทธิในการลดราคาบางส่วน: สมมติคณะกรรมการขอลด 50,000 บาท คุณอาจจะประเมินแล้วว่าลดได้แค่ 10,000 บาท คุณก็สามารถเสนอตัวเลขนี้กลับไปได้ ไม่จำเป็นต้องลดตามที่เขาขอทั้งหมด
ข้อควรระวัง: หากราคาที่คุณเสนอ สูงกว่างบประมาณ และคุณยืนยันราคาเดิม (ไม่ยอมลดให้เท่ากับงบประมาณ) คณะกรรมการมีสิทธิ์ “ยกเลิกการประกวดราคา” ในครั้งนั้นได้ ซึ่งแปลว่าคุณจะชวดงานนี้ไปเลย ดังนั้น ต้องวิเคราะห์ให้ดีว่า งานนี้คุ้มค่าที่จะลดราคาเพื่อเอาผลงานหรือไม่ 🧐
5. ความเสี่ยงหาก “ปฏิเสธ” การลดราคา จะโดนแบล็คลิสต์ไหม? 🛑
นี่คือความกลัวอันดับหนึ่งของผู้ประกอบการมือใหม่! (หากไม่อยากพลาดเรื่องพื้นฐาน แนะนำบริการของ Stratton Softtech)
หลายคนกลัวว่า ถ้าไปขัดใจกรรมการ ไม่ยอมลดราคาให้ จะถูกยึดหลักประกันซอง หรือถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เป็นผู้ทิ้งงาน 😱
ข้อเท็จจริงคือ: การปฏิเสธการต่อรองราคา และการยืนยันราคาเดิมที่เสนอไปในระบบ e-Bidding ไม่ถือเป็นความผิด ❌ ไม่โดนยึดเงินประกันซอง และ ไม่โดนแบล็คลิสต์เด็ดขาด! (เว้นแต่คุณจะไม่ยอมไปทำสัญญาหลังจากตกลงราคากันเรียบร้อยแล้ว)
6. ตารางเปรียบเทียบ: ยอมลดราคา VS ยืนยันราคาเดิม (Pros & Cons) 📊
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราได้จัดทำตารางวิเคราะห์ Entity SEO เชิงเปรียบเทียบดังนี้:
| การตัดสินใจ (Decision) | ข้อดี (Pros) ✅ | ข้อเสีย (Cons) ❌ | เหมาะกับสถานการณ์ไหน? |
|---|---|---|---|
| ยอมลดราคา (Accept Negotiation) |
– ได้งานแน่นอน จบกระบวนการไว – รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงาน – สร้างผลงาน (Reference) ให้บริษัท |
– กำไรลดลง หรืออาจถึงขั้นขาดทุนกำไร – อาจเป็นบรรทัดฐานให้หน่วยงานกดราคาในงานหน้า |
เสนอราคาเผื่อกำไรไว้สูงพอสมควร หรือเป็นงานที่อยากได้โปรไฟล์ประวัติการทำงาน |
| ยืนยันราคาเดิม (Refuse/Stand Firm) |
– รักษาส่วนต่างกำไร (Margin) ไว้ได้ – ไม่เสี่ยงต่อปัญหางบตึงมือตอนทำงานจริง – แสดงจุดยืนความเป็นมืออาชีพ |
– หากราคาสูงกว่างบประมาณ โครงการอาจถูกยกเลิก – อาจรู้สึกกดดันจากเจ้าหน้าที่ที่อยากให้ลดราคา |
ราคาที่เสนอชนเพดานต้นทุนแล้ว ลดไปกว่านี้คือขาดทุน และราคาไม่เกินงบประมาณตั้งต้น |
7. Use Cases: ตัวอย่างสถานการณ์จริงของการต่อรองราคา 🏢
Use Case 1: กรณีราคาเกินงบประมาณ (The Over-Budget Dilemma)
สถานการณ์: งบประมาณ 1,000,000 บาท คุณเสนอต่ำสุดที่ 1,050,000 บาท (เกินงบ 50,000 บาท)
สิ่งที่เกิดขึ้น: กรรมการเรียกต่อรองให้เหลือ 1,000,000 บาท
บทสรุป: หากคุณยอมลด 50,000 บาท คุณได้งานทันที แต่ถ้าคุณยืนยันราคาเดิม 1,050,000 บาท กรรมการมีสิทธิ์เรียกผู้เสนอราคารายที่ 2, 3 มาต่อรอง หากไม่มีใครยอมลดเลย หน่วยงานต้องขอยกเลิกการประมูล หรือขอเงินเพิ่มงบประมาณ (ซึ่งยากมาก)
Use Case 2: กรณีต่อรองแบบพิธีการ (The Procedural Discount)
สถานการณ์: งบประมาณ 2,000,000 บาท คุณเสนอต่ำสุด 1,500,000 บาท (ต่ำกว่างบเยอะมาก)
สิ่งที่เกิดขึ้น: กรรมการยังโทรมาขอต่อรองอีก ขอลดสัก 10,000 บาท ให้เป็นเลขกลมๆ 1,490,000 บาท
บทสรุป: กรณีนี้ หากคุณลดให้ 10,000 บาท ก็ได้ใจกรรมการ แต่ถ้าคุณยืนยันราคาเดิม 1.5 ล้านบาท คุณก็ยังได้งานนี้อยู่ดี เพราะราคาของคุณไม่เกินงบประมาณ กรรมการไม่มีสิทธิ์ยกเลิกประมูลด้วยเหตุผลที่คุณไม่ยอมลดราคาในกรณีนี้
ให้ สแตรทตันซอฟท์เทค เป็นที่ปรึกษาคุณ! 💼
ทักแชทสอบถามคอร์สเรียน
8. เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ: วิธีเจรจาต่อรองให้ Win-Win 🤝
เพื่อให้ การต่อรองราคา e-bidding เป็นไปอย่างราบรื่น บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด ขอแนะนำแทคติกดังนี้:
- เตรียม BOQ (Bill of Quantities) ให้พร้อม: เมื่อถูกเรียกต่อรอง คุณต้องรู้ทันทีว่ารายการไหนลดได้ รายการไหนลดไม่ได้ การมีข้อมูลอยู่ในมือทำให้เจรจามีน้ำหนัก
- ลดราคาแบบมีศิลปะ: อย่าตอบตกลงทันทีที่เขาขอ แต่ให้เวลาตัวเองพิจารณา และเสนอตัวเลขที่คุณรับได้กลับไป เช่น “ทางบริษัทขออนุญาตกลับไปพิจารณาต้นทุนกับซัพพลายเออร์ก่อนนะคะ… (ผ่านไป 1 ชม.) …ทางเราพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว สามารถปรับลดให้ได้ที่ยอด X บาทค่ะ”
- ขอเพิ่มเงื่อนไข (Trade-off): หากต้องลดราคาจนเฉือนเนื้อ คุณอาจเจรจาเรื่องความยืดหยุ่นหน้างาน หรือเงื่อนไขการส่งมอบที่สะดวกขึ้น (แต่ต้องไม่ผิดสเปก TOR)
9. แหล่งอ้างอิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Authority References) 📚
บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์ตามหลักการของหน่วยงานผู้มีอำนาจ (NLP Context & External Authority):
- กรมบัญชีกลาง (CGD): หน่วยงานหลักที่ดูแลระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: กฎหมายแม่บทที่บัญญัติสิทธิและหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้เสนอราคา
- เว็บไซต์ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: www.gprocurement.go.th
10. 30 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องการต่อราคาและ e-Bidding ❓
เรารวบรวมคำถามสุดฮิตแบบ People Also Ask (PAA) และ Long-tail Keywords มาตอบให้ครบถ้วนที่สุด!
ไม่ผิด คณะกรรมการมีอำนาจตามกฎหมายในการเรียกเจรจาต่อรองราคา เพื่อประโยชน์สูงสุดของรัฐ
โดยปกติจะทำเป็นลายลักษณ์อักษร 1-2 รอบ หากตกลงกันไม่ได้ในกรอบงบประมาณ ก็อาจยกเลิกหรือเจรจารายถัดไป
ปฏิเสธได้ คุณสามารถทำหนังสือ “ยืนยันราคาเดิม” แจ้งกลับไปได้เลย
ไม่โดนยึดเด็ดขาด เพราะคุณทำถูกต้องตามระบบทุกอย่าง การไม่ยอมลดราคาไม่ใช่การผิดเงื่อนไข
อาจเป็นเพราะราคายังสูงกว่าราคากลาง หรือคณะกรรมการต้องการทำตามขั้นตอนให้สมบูรณ์เพื่อทำรายงานชี้แจง
ไม่โดนแบล็คลิสต์ การทิ้งงานจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเซ็นสัญญาแล้วไม่ทำตามสัญญาเท่านั้น
ได้ หากคุณยอมลดราคาลงมาให้เท่ากับหรืองบประมาณในการเจรจาต่อรอง
หน่วยงานอาจเรียกรายที่ 2 มาต่อรอง หรือขออนุมัติยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น
ต้องทำ โดยหน่วยงานจะส่งหนังสือแจ้งให้มาต่อรอง และบริษัทต้องทำหนังสือตอบกลับยืนยันราคาใหม่หรือราคาเดิม
ระบบถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการฮั้ว (e-GP) ผู้เสนอราคาจะไม่เห็นข้อมูลกันและกันจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ
ไม่จำเป็น สามารถปรับลดเฉพาะรายการที่พอมี margin ได้ หรือลดยอดรวม (Lump sum) ท้ายใบเสนอราคา
บังคับไม่ได้ การต่อรองคือความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย (ผู้ซื้อและผู้ขาย)
มีโอกาสโดนต่อรองได้ หากคณะกรรมการมองว่ายังมีช่องว่างให้ประหยัดงบได้อีก
แนะนำ บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด สอนเจาะลึกทุกขั้นตอนโดยผู้เชี่ยวชาญ
เตรียมเอกสารนิติบุคคล, หนังสือมอบอำนาจ, และเอกสารตามที่ระบุใน TOR เพื่อเข้าทำสัญญา
ขึ้นอยู่กับหน่วยงานกำหนด ส่วนใหญ่มักให้เวลา 3-7 วันทำการในการทำหนังสือตอบกลับ
เบื้องต้นอาจมีการโทรมาทาบทามก่อน แต่กระบวนการทางการต้องทำเป็นหนังสือที่มีลายเซ็นผู้มีอำนาจ
หากราคายังเกินงบประมาณ หน่วยงานมีสิทธิยกเลิกได้ตามระเบียบ
ดูจากประกาศของหน่วยงานในเว็บไซต์ gprocurement ก่อนวันเสนอราคา
ประมูลได้ หากเงื่อนไขใน TOR ไม่ได้กำหนดเรื่องผลงานในอดีต (Past Performance) ที่เข้มงวดเกินไป
มีหลายขั้นตอนแต่ไม่ซับซ้อน สามารถปรึกษา Stratton Softtech ได้
เมื่อตกลงราคาใหม่ได้แล้ว ต้องรอหน่วยงานประกาศผู้ชนะอย่างเป็นทางการ และพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ก่อนจึงจะเซ็นสัญญาได้
แน่นอน คณะกรรมการจะต่อรองราคาอย่างเข้มข้นเพื่อให้คุ้มค่าที่สุด หรืออาจยกเลิกหากเห็นว่าไม่เกิดการแข่งขัน
ไม่ได้เด็ดขาด! การลดราคาคือการลดผลกำไร คุณภาพและสเปกของพัสดุ/งานจ้าง ต้องเป็นไปตาม TOR 100%
คณะกรรมการจะต่อรองกับผู้ที่ได้คะแนนรวม (ราคา+คุณภาพ) สูงสุดเป็นรายแรก
ตรวจสอบได้จากเอกสารประกาศประกวดราคา และตารางแสดงวงเงินงบประมาณ (ป.ป.ช.)
มีสิทธิ์ หากรายแรกราคาเกินงบแล้วไม่ยอมลด คณะกรรมการจะเรียกลำดับถัดไปมาเจรจาแทน
ต้องจัดทำใบเสนอราคาใหม่ตามตัวเลขที่ตกลงกัน พร้อมทำหนังสือยืนยันราคาประทับตราบริษัทส่งให้หน่วยงาน
ควรวิเคราะห์ราคากลางอย่างละเอียด และคำนวณต้นทุนแฝง เพื่อให้มีช่องว่าง (Margin) สัก 3-5% สำหรับการเจรจา
ติดต่อ บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด โทร 097-9676457 หรือ Line: @strattonsofttech 💯
อัปสกิลทีมงานของคุณ ให้พร้อมคว้าทุกงานประมูลภาครัฐ
ดูรายละเอียดคอร์สเรียนคลิกที่นี่

