🚀 รับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP & e-Bidding แบบเจาะลึกมืออาชีพ
ยกระดับศักยภาพธุรกิจของคุณ เข้าสู่การประมูลงานราชการอย่างมั่นใจ ไม่พลาดทุกข้อตกลงทางกฎหมาย พัสดุ และภาษี 💼✨
⚖️ “จ้างทำของ” vs “ซื้อขาย” ในระเบียบจัดซื้อจัดจ้างฯ ต่างกันอย่างไร? มีผลกับภาษีและค่าปรับแค่ไหน? 📑🔥
📌 สรุปสาระสำคัญ: ความแตกต่างระหว่าง “จ้างทำของ” และ “ซื้อขาย” ในงานราชการ
ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ความแตกต่างระหว่าง “สัญญาซื้อขาย” (Sale of Goods Contract) และ “สัญญาจ้างทำของ” (Work Contract / Service Contract) พิจารณาจาก วัตถุประสงค์แห่งสัญญาเป็นหลัก ดังนี้:
- 🛒 สัญญาซื้อขาย: มุ่งเน้นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือสินค้าสำเร็จรูป (Off-the-shelf) สินค้ามีมาตรฐานกลางที่ทำไว้ล่วงหน้า ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 1% (กรณีขายให้หน่วยงานรัฐ) และ อัตราค่าปรับผิดนัดส่งมอบ 0.2% ต่อวัน ของมูลค่าพัสดุ.
- 🛠️ สัญญาจ้างทำของ: มุ่งเน้น “ผลสำเร็จของงาน” (Success of Work) หรือการผลิต/สั่งทำสินค้าขึ้นเฉพาะตามความต้องการพิเศษของหน่วยงานรัฐ (Tailor-made) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 3% และ อัตราค่าปรับผิดนัดส่งมอบ 0.1% ต่อวัน ของมูลค่าสัญญา (หรือ 0.01% – 0.1% สำหรับงานก่อสร้าง/บริการ).
- 📑 อากรแสตมป์: สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ 0.1% (1 บาท ทุก 1,000 บาท) ขณะที่สัญญาซื้อขายทั่วไปไม่อยู่ในบังคับต้องปิดอากรแสตมป์ตามหมวดอากรแสตมป์ เว้นแต่เป็นกรณีบัญชีอัตราอากรแสตมป์กำหนดเฉพาะ.
- 1. ⚖️ กรอบกฎหมายและนิยามเชิงลึก: “ซื้อขาย” vs “จ้างทำของ” ตาม ป.พ.พ. และ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560
- 2. 📊 ตารางเปรียบเทียบเชิงลึกทุกมิติระหว่าง “ซื้อขาย” และ “จ้างทำของ”
- 3. 💰 ผลกระทบด้านภาษีอากร: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT), VAT 7% และ อากรแสตมป์
- 4. 🚨 อัตราค่าปรับรายวัน (Penalties) และความรับผิดทางแพ่งเมื่อส่งมอบงานล่าช้า
- 5. 🏢 กรณีศึกษาและ Use Cases จริงในการประมูลงาน e-Bidding ภาครัฐ
- 6. 💡 กลยุทธ์การวิเคราะห์ TOR สำหรับผู้ประกอบการเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดทางสัญญา
- 7. 🏛️ แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและหนังสือสั่งการกรมบัญชีกลาง (External Authority References)
- 8. ❓ FAQ 30 คำถาม-คำตอบ ที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการซื้อหรือจ้างในงานราชการ
1. ⚖️ กรอบกฎหมายและนิยามเชิงลึก: “ซื้อขาย” vs “จ้างทำของ” ตาม ป.พ.พ. และ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560
ปัญหาความสับสนระหว่างสัญญา “ซื้อขาย” กับสัญญา “จ้างทำของ” เป็นหนึ่งในประเด็นทางกฎหมายและระเบียบพัสดุภาครัฐที่ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่พัสดุมักประสบปัญหามากที่สุด เพราะการตีความผิดพลาดไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ชื่อเรียกหน้าสัญญาเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ภาระภาษี, อัตราค่าปรับผิดนัด, การบริหารสัญญา, และความเสี่ยงในการถูกริบหลักประกันสัญญา 😱💸
1.1 นิยามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.)
ในการพิจารณาเจตนาของคู่สัญญา ศาลและกรมสรรพากรจะอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นหลัก:
- สัญญาซื้อขาย (มาตรา 453): คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่งเรียกว่า “ผู้ขาย” โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า “ผู้ซื้อ” และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย วัตถุประสงค์หลักคือ “การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน” 📦✨
- สัญญาจ้างทำของ (มาตรา 587): คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้รับจ้าง” ตกลงรับจะทำงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น วัตถุประสงค์หลักคือ “ผลสำเร็จของงาน (Success of Work)” ไม่ใช่ตัวทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว 🛠️🎯
1.2 นิยามตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 4 ได้แบ่งประเภทของพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างไว้อย่างชัดเจน:
“การซื้อ” หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นสินค้า วัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ หรือสิ่งของอื่นใด รวมถึงการจัดหาที่รวมถึงการติดตั้ง การทดสอบ หรือการบริการที่เกี่ยวเนื่องด้วย แต่มูลค่าของบริการนั้นต้องไม่สูงกว่ามูลค่าของพัสดุนั้นเอง 🛒📊
“การจ้าง” แบ่งออกเป็นหลายลักษณะ เช่น จ้างบริการ, จ้างจดทำ, จ้างทำของ, จ้างเหมาบริการ, จ้างออกแบบและควบคุมงาน, และจ้างก่อสร้าง ซึ่งมุ่งเน้นทักษะ แรงงาน ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือการสั่งทำพัสดุตามแบบรูปรายการ (Specifications) ที่หน่วยงานรัฐกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ 🏗️💻
2. 📊 ตารางเปรียบเทียบเชิงลึกทุกมิติระหว่าง “ซื้อขาย” และ “จ้างทำของ”
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญจาก Stratton Softtech ได้สรุปตารางเปรียบเทียบความแตกต่างในทุกมิติสำคัญดังนี้:
| มิติการพิจารณา 📌 | 🛒 สัญญาซื้อขาย (Sale Contract) | 🛠️ สัญญาจ้างทำของ (Work Contract) |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลักของสัญญา | มุ่งโอนกรรมสิทธิ์ในตัวทรัพย์สิน/สินค้า | มุ่งผลสำเร็จของงาน (Success of Work) และฝีมือแรงงาน |
| ลักษณะพัสดุ/สินค้า | สินค้ามาตรฐานสำเร็จรูป มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด | สินค้าทำขึ้นเฉพาะ (Tailor-made) ตามแบบรูปรายการเฉพาะ |
| ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (WHT) | 1% (เมื่อจ่ายเงินโดยหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ) | 3% (คำนวณจากยอดก่อน VAT) |
| อัตราค่าปรับผิดนัดส่งมอบต่อวัน | 0.20% ของมูลค่าพัสดุที่ยังไม่ได้ส่งมอบ | 0.10% ของมูลค่าสัญญา (หรือ 0.01%-0.1% งานก่อสร้าง/บริการ) |
| อากรแสตมป์ (Stamp Duty) | ไม่อยู่ในบังคับต้องปิดอากรแสตมป์ (เว้นแต่สัญญาเฉพาะ) | ต้องปิดอากรแสตมป์ 0.1% (1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท) |
| ความรับผิดในความสูญหาย/วินาศภัย | โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อมีการส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อย | เป็นของผู้รับจ้างจนกว่างานจะทำเสร็จและส่งมอบสำเร็จ |
| สิทธิในการจ้างช่วง (Subcontract) | ผู้ขายจัดหาสินค้าจากแหล่งใดก็ได้มาส่งมอบ | ห้ามจ้างช่วงงานส่วนที่เป็นสาระสำคัญ เว้นแต่ได้รับอนุญาต |
| ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่อง | ตามเงื่อนไขผู้ผลิต หรือตามที่กำหนดใน TOR (เช่น 1 ปี) | ตามที่กำหนดในสัญญา (งานก่อสร้างมักจะ 1-2 ปีขึ้นไป) |
| จุดรับรู้รายได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | เมื่อส่งมอบสินค้า หรือเมื่อโอนกรรมสิทธิ์ | เมื่อได้รับชำระเงิน หรือเมื่อส่งมอบผลงานสำเร็จ |
| ตัวอย่างงานในระบบ e-GP | ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน, ซื้อกระดาษ A4, ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิง | จ้างพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะ, จ้างตัดชุดเครื่องแบบ, จ้างก่อสร้างอาคาร |
3. 💰 ผลกระทบด้านภาษีอากร: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT), VAT 7% และ อากรแสตมป์
ความแตกต่างระหว่างซื้อและจ้างทางภาษีอากร เป็นเรื่องที่กรมสรรพากรให้ความสำคัญอย่างมาก หากตีความประเภทสัญญาผิดพลาด อาจทำให้ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มอย่างหนักหน่วง! 😱💸
3.1 ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax – WHT)
ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การจ่ายเงินค่าพัสดุของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหลักเกณฑ์ดังนี้:
- กรณี “ซื้อขายพัสดุ”: หน่วยงานรัฐผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของยอดเงินก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ($VAT$)
- กรณี “จ้างทำของ / จ้างรับทำของ / จ้างเหมา”: หน่วยงานรัฐมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของยอดเงินก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ($VAT$)
3.2 อากรแสตมป์ (Stamp Duty) ตามประมวลรัษฎากร
ตามตารางอากรแสตมป์ หมวด 2 แห่งประมวลรัษฎากร:
- สัญญาจ้างทำของ (ลักษณะแห่งตราสาร 1): ต้องปิดอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท สำหรับทุกๆ 1,000 บาท (หรือ 0.1%) ของจำนวนเงินค่าจ้างทั้งหมด โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องติดอากรแสตมป์และขีดฆ่าให้เรียบร้อยก่อนหรือภายในวันทำสัญญา
- สัญญาซื้อขาย: โดยทั่วไปไม่อยู่ในบังคับต้องปิดอากรแสตมป์ เว้นแต่กรณีเป็นสัญญาซื้อขายเรือ สัตว์พาหนะ หรือสัญญาซื้อขายที่มีลักษณะเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการพิเศษ
3.3 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) และจุดความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point)
จุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ($Tax Point$) ระหว่างการซื้อและการจ้างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง:
- สัญญาซื้อขายสินค้า: Tax Point เกิดขึ้นเมื่อ มีการส่งมอบสินค้า หรือเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้า หรือเมื่อมีการชำระราคา หรือเมื่อมีการออกใบกำกับภาษี แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน
- สัญญาจ้างทำของ: Tax Point เกิดขึ้นเมื่อ ได้รับชำระราคาค่าบริการ/ค่าจ้าง หรือเมื่อมีการออกใบกำกับภาษี หรือเมื่อได้ใช้บริการนั้นแล้ว แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน
4. 🚨 อัตราค่าปรับรายวัน (Penalties) และความรับผิดทางแพ่งเมื่อส่งมอบงานล่าช้า
ปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการทำสัญญากับหน่วยงานภาครัฐตาม ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 162 คือการกำหนด “อัตราค่าปรับรายวัน” กรณีผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา ⏳💥
4.1 การเปรียบเทียบอัตราค่าปรับตามระเบียบพัสดุฯ ข้อ 162
| ประเภทสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง 📑 | อัตราค่าปรับรายวัน (% ต่อวัน) 💸 | ฐานในการคำนวณค่าปรับ 🧮 |
|---|---|---|
| 1. สัญญาซื้อขาย (Purchase) | 0.20% ต่อวัน | คำนวณจากราคาพัสดุที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (หรือราคาเต็มหากกระทบการใช้งานรวม) |
| 2. สัญญาจ้างทำของ / จ้างพัสดุทั่วไป | 0.10% ต่อวัน | คำนวณจากราคาค่าจ้างตามสัญญาเต็มจำนวน |
| 3. สัญญาจ้างก่อสร้าง (Construction) | 0.01% – 0.10% ต่อวัน (ส่วนใหญ่ระบุ 0.10%) | คำนวณจากราคางานจ้างตามสัญญาเต็มจำนวน |
| 4. สัญญาจ้างที่ต้องการความต่อเนื่อง (เช่น จ้างทำความสะอาด/รักษาความปลอดภัย) | กำหนดเป็นรายวันตามอัตราตายตัว (เช่น 500-2,000 บาท/วัน) | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขใน TOR |
ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับ:
หากสัญญามีมูลค่า $10,000,000$ บาท ส่งมอบงานล่าช้าไป 30 วัน:
- กรณีสัญญา “ซื้อขาย” (อัตรา 0.2%): ค่าปรับต่อวัน = $10,000,000 \times 0.002 = 20,000$ บาท/วัน รวม 30 วัน เป็นเงิน 600,000 บาท
- กรณีสัญญา “จ้างทำของ” (อัตรา 0.1%): ค่าปรับต่อวัน = $10,000,000 \times 0.001 = 10,000$ บาท/วัน รวม 30 วัน เป็นเงิน 300,000 บาท
5. 🏢 กรณีศึกษาและ Use Cases จริงในการประมูลงาน e-Bidding ภาครัฐ
📱 Case 1: การพัฒนาระบบ Application vs การซื้อ Software License
สถานการณ์: หน่วยงานราชการจัดซื้อระบบบริหารจัดการข้อมูลองค์กร
วิเคราะห์: หากเป็นการซื้อโปรแกรม Microsoft 365 หรือ Adobe Success แบบพร้อมใช้ ถือเป็น “ซื้อขาย” (หัก 1%, ปรับ 0.2%) แต่หากเป็นการว่าจ้างบริษัทซอฟต์แวร์เขียน Code ขึ้นมาใหม่ตาม Workflow ของหน่วยงาน ถือเป็น “จ้างทำของ” (หัก 3%, ปรับ 0.1%, ติดอากรแสตมป์ 0.1%)
👕 Case 2: การจัดทำชุดเครื่องแบบบุคลากรประจำปี
สถานการณ์: สั่งตัดชุดยูนิฟอร์มจำนวน 5,000 ชุด
วิเคราะห์: แม้จะมีการใช้วัตถุดิบเป็นผ้า แต่โรงงานต้องนำมาวัดตัว ตัดเย็บ ปักโลโก้กรมตามขนาดเฉพาะบุคคล ถือเป็น “สัญญาจ้างทำของ” ไม่ใช่การซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่วางขายในห้างสรรพสินค้า
⚙️ Case 3: การจัดซื้อเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่พร้อมติดตั้ง (สัญญาผสม)
สถานการณ์: จัดซื้อปั๊มน้ำมูลค่า 5 ล้านบาท ค่าติดตั้ง 3 แสนบาท
วิเคราะห์: วัตถุประสงค์หลักคือตัวเครื่องสูบน้ำ และมูลค่าของพัสดุสูงกว่าค่าบริการติดตั้งอย่างมาก กรณีนี้จัดเป็น “สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้ง” สรรพากรให้ถือว่ายอดรวมเป็นสัญญาซื้อขาย (หัก WHT 1%)
🚧 Case 4: งานผลิตและติดตั้งป้ายจราจรและไฟสัญญาณ
สถานการณ์: ทำป้ายบอกทางขนาดใหญ่บนถนนสายหลัก
วิเคราะห์: ป้ายต้องออกแบบ คำนวณโครงสร้างวิศวกรรม หล่อฐานรากคอนกรีต และติดตั้งเข้ากับสถานที่เฉพาะ งานประเภทนี้ศาลปกครองและกรมบัญชีกลางตีความว่าเป็น “สัญญาจ้างทำของ / งานจ้างก่อสร้าง”
6. 💡 กลยุทธ์การวิเคราะห์ TOR สำหรับผู้ประกอบการเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดทางสัญญา
ก่อนกดตกลงเสนอราคาในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง ผู้ประกอบการควรปฏิบัติ Step-by-Step Check ดังนี้:
- ตรวจสอบหมวดหมู่ของประกาศ e-Bidding: ดูว่าหน่วยงานจัดกลุ่มประกาศไว้ในประเภท “ซื้อ” หรือ “จ้าง”
- วิเคราะห์สัดส่วนเนื้องาน (Work Breakdown Structure): พิจารณาว่าเนื้องานมุ่งเน้นที่การส่งมอบพัสดุสำเร็จรูป หรือมุ่งเน้นทักษะ การรับประกันผลงาน และการบริการ
- ตรวจสอบร่างสัญญาแนบท้าย TOR: ดูอัตราค่าปรับรายวันว่าระบุ 0.1% หรือ 0.2% และดูว่ามีข้อกำหนดเรื่องการปิดอากรแสตมป์หรือไม่
- คำนวณ Cash Flow เรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย: การถูกหัก WHT 3% แทนที่จะเป็น 1% จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องเงินสด (Cash Flow) ของบริษัทอย่างมาก ต้องเตรียมแผนรองรับกระแสเงินสดให้ดี
- ส่งข้อวิจารณ์ร่าง TOR (ถ้ามีข้อผิดพลาด): หากพบว่าหน่วยงานกำหนดประเภทสัญญาผิด เช่น งานสั่งทำพิเศษแต่เขียนเป็นสัญญาซื้อขายพร้อมปรับ 0.2% ผู้ประกอบการสามารถส่งข้อวิจารณ์ผ่านระบบ e-GP เพื่อขอให้แก้ไขปรับปรุงได้ก่อนเปิดยื่นซอง! 📝✨
7. 🏛️ แหล่งอ้างอิงทางกฎหมายและหนังสือสั่งการกรมบัญชีกลาง (External Authority References)
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดยอ้างอิงจากฐานบทบัญญัติทางกฎหมาย หนังสือสั่งการ และแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการของหน่วยงานภาครัฐ ดังนี้:
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: มาตรา 4 (นิยามคำว่า ซื้อ และ จ้าง) และ มาตรา 93-105 (การทำสัญญาและการบริหารสัญญา)
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560: ข้อ 162 (การกำหนดอัตราค่าปรับรายวัน) และ ข้อ 168 (การตรวจรับพัสดุ)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์: มาตรา 453 (ซื้อขาย) และ มาตรา 587 (จ้างทำของ)
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528: เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พฤติยกรรมสั่งจ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
- หนังสือสั่งการคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (กวพ.): ด่วนที่สุด ที่ กค (กวพ) 0405.2/ว 119 เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าปรับ
8. ❓ FAQ 30 คำถาม-คำตอบ ที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับการซื้อหรือจ้างในงานราชการ
รวมคำถามและคำตอบเชิงลึก 30 ข้อ เพื่อไขข้อข้องใจให้แก่ผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแบบชัดเจน 100% 💡👇
🏆 ก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพในการประมูลงานภาครัฐกับ Stratton Softtech
อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิดเรื่อง “จ้างทำของ” และ “ซื้อขาย” มาทำให้ธุรกิจของคุณต้องเสียค่าปรับหรือพลาดโอกาสคว้างานราชการมูลค่าหลักล้าน!
🌐 เว็บไซต์หลัก: https://e-bidding.pro
📞 โทรศัพท์: 097-9676457
💬 Line ID: stratton | Line OA: @strattonsofttech
✉️ อีเมล: [email protected]

