🏛️ ภาษีรับงานราชการ มีอะไรบ้าง? สรุปเรื่อง VAT, หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ที่ต้องรู้ 💸
English Title: Tax for Government Procurement & Contracts in Thailand: Comprehensive Guide to VAT, Withholding Tax, and Stamp Duty
ภาษีรับงานราชการ (Government Procurement Taxes in Thailand) คือภาระภาษีตามกฎหมายสรรพากรที่ผู้ประกอบการ นิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่ชนะการประมูลงานภาครัฐผ่านระบบ e-GP (e-Bidding) ต้องบริหารจัดการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบด้วย 3 ภาษีหลัก ดังนี้:
- 1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): เรียกเก็บเมื่อขายสินค้าหรือให้บริการแก่หน่วยงานรัฐ ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปเมื่อเกิดจุดความรับผิด (Tax Point)
- 2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): หน่วยงานราชการมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 69 ทวิ ในอัตรา 1% ของยอดจ่ายก่อน VAT (สำหรับวงเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป) เพื่อนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.53
- 3. อากรแสตมป์ (Stamp Duty / e-Stamp Duty): ชำระตามมูลค่าสัญญาในอัตรา 0.1% (1 บาท ต่อทุกๆ 1,000 บาท) สำหรับสัญญาจ้างทำของ หรืออัตราตามประเภทตราสาร โดยต้องยื่นชำระผ่านระบบ e-Stamp Duty (ภ.อ.4บ) ก่อนทำสัญญาหรือภายใน 15 วัน
⚠️ หมายเหตุสำคัญ: ปัจจุบันระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางเชื่อมโยงฐานข้อมูล Big Data กับกรมสรรพากรโดยตรง ทำให้การเสียภาษีรับงานราชการต้องมีความถูกต้อง 100% เพื่อป้องกันการถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลังและค่าปรับเบี้ยปรับเงินเพิ่ม!
- 1. ทำไมภาษีรับงานราชการถึงต่างจากงานเอกชนทั่วไป? (Big Data & e-GP)
- 2. เจาะลึก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
- 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย งานราชการ (มาตรา 69 ทวิ / 69 ตรี) สรุปอัตราและวิธีคำนวณ
- 4. อากรแสตมป์ และ e-Stamp Duty (ภ.อ.4บ) ในสัญญารัฐ ต้องจ่ายเท่าไหร่?
- 5. ตารางเปรียบเทียบ 3 ภาษีรับงานราชการ (VAT vs หัก ณ ที่จ่าย vs อากรแสตมป์)
- 6. Use Cases & ตัวอย่างการคำนวณภาษีรับงานราชการจริง 4 ประเภทโครงการ
- 7. 5 ข้อผิดพลาดร้ายแรง (Red Flags) เรื่องภาษีงานราชการที่มักโดนปรับย้อนหลัง
- 8. กฎหมายและเอกสารอ้างอิงระดับประเทศ (External Authority References)
- 9. People Also Ask (PAA) – คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเสียภาษีงานราชการ
- 10. คำถามที่พบบ่อย 30 ข้อ (30 Exhaustive FAQs)
1. ทำไมภาษีรับงานราชการถึงต่างจากงานเอกชนทั่วไป? (Big Data & e-GP) 🏛️📊
การรับงานโปรเจกต์กับหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือเทศบาล มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการทำธุรกิจกับภาคเอกชนทั่วไป โดยเฉพาะในมิติของ “ความยืดหยุ่นทางภาษีและการตรวจสอบ” 🧐
ในภาคเอกชน การรับเงินค่าจ้างหรือการออกใบกำกับภาษีอาจมีความยืดหยุ่นในเรื่องระยะเวลาการจ่ายเงิน หรือรูปแบบสัญญา แต่สำหรับ งานราชการ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดจะถูกควบคุมภายใต้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และดำเนินงานผ่านระบบ e-GP (Electronic Government Procurement) ของกรมบัญชีกลาง 💻✨
ทุกครั้งที่คุณชนะการเสนอราคา ไม่ว่าจะเป็นวิธี e-Bidding, e-Market, คัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจง ข้อมูลมูลค่าสัญญา เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และงวดงาน จะถูกส่งเข้าระบบ Big Data สรรพากรทันที ดังนั้นการวางแผนภาษีรับงานราชการจึงไม่ใช่เรื่องของการ “เลี่ยง” แต่คือการ “คำนวณให้ถูกต้องตั้งแต่เสนอราคา”!
จุดเด่นและความท้าทายหลักของภาษีรับงานราชการ 🎯
- หัก ณ ที่จ่ายตามกฎหมายพิเศษ: ราชการมีหน้าที่ตามมาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 1% เสมอ (สำหรับการจ่ายเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป)
- ความชัดเจนของเอกสาร: ใบอนุมัติซื้อ/จ้าง (PO), สัญญาจ้าง, ใบตรวจรับงาน และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จะต้องมีเลขที่สัญญาตรงกับระบบ e-GP เป๊ะๆ 📄
- กำหนดเวลาชำระอากรแสตมป์: สัญญารัฐส่วนใหญ่ต้องติดอากรแสตมป์หรือยื่น e-Stamp Duty ก่อนการลงนาม หรือภายใน 15 วัน หากช้ากว่านี้จะมีเงินเพิ่มสูงสุดถึง 6 เท่า! 🚨
หากคุณต้องการชนะประมูลและรับเงินค่างวดได้ราบรื่นโดยไม่โดนชะลอการจ่ายเงินจากฝ่ายการเงินของหน่วยงาน การเข้าใจระบบภาษีเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจกับภาครัฐ อย่างมืออาชีพ 👍
2. เจาะลึก ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 🧾💰
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax – VAT) ในการรับงานราชการถือเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่มากที่สุด เนื่องจากงบประมาณโครงการที่ประกาศในระบบ e-GP มักระบุคำว่า “ราคากลางรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว” หรือ “ราคากลางไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม” 🧐
2.1 การออกใบกำกับภาษีแก่หน่วยงานราชการ 📑
เมื่อบริษัทของคุณได้รับการตรวจรับงาน (Inspection and Acceptance) จากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อส่งมอบงานหรือได้รับชำระเงินค่างวด (แล้วแต่เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก่อน) โดยข้อควรระวังคือ:
- ออกใบกำกับภาษีเต็มรูป (Full Tax Invoice): ต้องระบุชื่อหน่วยงานราชการ, ที่อยู่, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของหน่วยงานราชการนั้นๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน
- การแบ่งงวดงาน: หากสัญญาแบ่งการจ่ายเงินเป็นหลายงวด (Milestones) คุณต้องออกใบกำกับภาษี/ใบส่งของ ตามจำนวนเงินจริงของแต่ละงวดงานที่ได้รับการตรวจรับ 💸
- ภาษีขาย (Output Tax): ต้องนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้ว่าหน่วยงานราชการจะยังไม่ออกเช็คชำระเงินให้คุณก็ตาม! (จุดนี้ผู้รับเหมามักขาดสภาพคล่องหากไม่สำรองเงิน VAT) ⚠️
สำหรับงานบริการหรือรับเหมาก่อสร้าง Tax Point จะเกิดขึ้นเมื่อ “รับชำระเงิน” หรือ “ออกใบกำกับภาษี” แต่หากหน่วยงานราชการออกใบตรวจรับงานแล้ว ให้ถือว่าสิทธิการเรียกร้องชำระเงินเกิดขึ้นแล้ว ควรประสานงานกับฝ่ายการเงินภาครัฐเพื่อออกใบวางบิลและใบกำกับภาษีให้สอดคล้องกัน!
หากต้องการศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับเทคนิคการเสนอราคา e-Bidding ให้รวม VAT อย่างถูกต้องโดยไม่ขาดทุน สามารถเข้าชมเพิ่มเติมได้ที่ หน้าหลักบริการและคอร์สเรียน e-Bidding.pro 🎓
3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย งานราชการ (มาตรา 69 ทวิ / 69 ตรี) สรุปอัตราและวิธีคำนวณ ✂️📊
ในการจ่ายเงินค่างวดของภาครัฐ กฎหมายสรรพากรบังคับให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่เป็น “ผู้หักภาษี ณ ที่จ่าย” ก่อนส่งมอบเงินให้แก่คู่สัญญา private sector 🏢
3.1 มาตรา 69 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คืออะไร? 📜
มาตรา 69 ทวิ กำหนดให้รัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พัสดุให้กับนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของยอดเงินได้ก่อน VAT เมื่อมีการจ่ายเงินตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป
| ประเภทธุรกรรม / ผู้รับเงิน | อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ราชการ) | กฎหมายอ้างอิง | เงื่อนไขวงเงิน |
|---|---|---|---|
| ขายสินค้าให้ราชการ | 1% | มาตรา 69 ทวิ | ยอดจ่ายตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป |
| จ้างทำของ / จ้างรับเหมา / บริการ | 1% (กรณีราชการเป็นผู้จ่าย) | มาตรา 69 ทวิ | ยอดจ่ายตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป |
| เช่าทรัพย์สิน | 1% หรือ 5% (ตามประเภทผู้จ่าย) | มาตรา 69 ทวิ / ท.ป.4/2528 | สัญญาเช่าอาคาร/อุปกรณ์ |
| จ่ายให้บุคคลธรรมดา (ค่าบริการ/วิชาชีพ) | 1% (หักตามมาตรา 69 ทวิ) | มาตรา 69 ทวิ | คิดเป็นเงินได้พ้อยต์ 40(7), 40(8) |
3.2 หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) เอาไปทำอะไรได้? 📑
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% ที่ถูกหน่วยงานราชการหักไว้นั้น “ไม่ใช่องค์กรรับเงินไปฟรีๆ” แต่เป็นเงินภาษีจ่ายล่วงหน้า (Tax Credit) ที่คุณสามารถนำไปใช้ตัดทอนภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภ.ง.ด.50) หรือครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ได้ตามจำนวนจริง 💡
- เอกสารที่ต้องเก็บรักษา: หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ตามมาตรา 50 ทวิ) ที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
- หากภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวมทั้งปี สูงกว่าภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องจ่ายจริง บริษัทสามารถขอคืนภาษี (Form ภ.ศ.10) จากกรมสรรพากรได้! 💵
4. อากรแสตมป์ และ e-Stamp Duty (ภ.อ.4บ) ในสัญญารัฐ ต้องจ่ายเท่าไหร่? 🏷️⚖️
การทำสัญญากับหน่วยงานราชการจะสมบูรณ์ตามกฎหมายและใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ ต่อเมื่อมีการ “ปิดปิดอากรแสตมป์ หรือชำระอากรแสตมป์ครบถ้วน” ตามหมวดหมู่อากรแสตมป์ในประมวลรัษฎากร 📜
4.1 อัตราอากรแสตมป์ที่ต้องรู้สำหรับสัญญารัฐ 📊
- สัญญาจ้างทำของ / จ้างรับเหมา (ตราสาร 4): คิดอัตรา 0.1% (1 บาท ต่อทุกมูลค่าสัญญา 1,000 บาท) ของมูลค่าสัญญาจ้าง (ไม่รวม VAT)
- สัญญาเช่าทรัพย์สิน (ตราสาร 1): คิดอัตรา 0.1% (1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท) ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา
- สัญญาค้ำประกัน (ตราสาร 17): เช่น หนังสือค้ำประกันสัญญา (Performance Bond) มีค่าอากรแสตมป์ตามมูลค่าวงเงินค้ำประกัน
4.2 การชำระอากรแสตมป์ผ่านระบบ e-Stamp Duty (ภ.อ.4บ) 💻
ปัจจุบัน กรมสรรพากรและกรมบัญชีกลางบังคับให้สัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ทำผ่านระบบ e-GP หรือสัญญาที่มีมูลค่าตามกำหนด ต้องยื่นขอชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-Stamp Duty) โดยยื่นแบบ ภ.อ.4บ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร
หากไม่ชำระอากรแสตมป์ก่อนวันทำสัญญา หรือภายใน 15 วันนับแต่วันทำสัญญา คุณจะต้องเสียเงินเพิ่ม (Penalty) ตั้งแต่ 200% ถึง 600% ของค่าอากรแสตมป์ที่ต้องชำระ! เช่น ค่าอากร 10,000 บาท อาจโดนปรับสูงถึง 60,000 บาทเลยทีเดียว 😱
5. ตารางเปรียบเทียบ 3 ภาษีรับงานราชการ (VAT vs หัก ณ ที่จ่าย vs อากรแสตมป์) 📊🔄
เพื่อให้เห็นภาพรวมและจำได้ง่าย เราได้สรุปเปรียบเทียบข้อแตกต่างของทั้ง 3 ภาษีหลักไว้ในตารางด้านล่างนี้:
| หัวข้อพิจารณา | ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 🧾 | ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding) ✂️ | อากรแสตมป์ (Stamp Duty) 🏷️ |
|---|---|---|---|
| อัตราภาษีหลัก | 7% ของมูลค่าสินค้า/บริการ | 1% (ตามมาตรา 69 ทวิ) | 0.1% (1 บาท / 1,000 บาท) |
| ใครเป็นผู้จ่าย/หัก? | ราชการจ่าย VAT ให้ผู้รับจ้าง | ราชการหักไว้จากผู้รับจ้าง 1% | ผู้รับจ้างเป็นผู้ชำระอากร |
| การยื่นแบบและนำส่ง | ยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 | ราชการยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 | ยื่น e-Stamp Duty (ภ.อ.4บ) |
| กำหนดเวลาชำระ | เมื่อเกิด Tax Point (ส่งมอบ/รับเงิน) | ขณะจ่ายเงินค่างวดงาน | ก่อนทำสัญญา หรือภายใน 15 วัน |
| ผลกระทบทางภาษี | เป็นภาษีขายที่ต้องนำส่งสรรพากร | นำไปเป็น Tax Credit หักภาษีปี/ครึ่งปี | เป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายในการรับงาน |
6. Use Cases & ตัวอย่างการคำนวณภาษีรับงานราชการจริง 4 ประเภทโครงการ 🧮💡
กรณีศึกษาที่ 1: งานรับเหมาก่อสร้างอาคารเรียน มูลค่าสัญญา 10,000,000 บาท (รวม VAT) 🏗️
บริษัท เอสที คอนสตรัคชั่น จำกัด ชนะการประมูล e-Bidding ก่อสร้างอาคาร มูลค่ารวม VAT 7% เท่ากับ 10,000,000 บาท มีรายละเอียดภาษีดังนี้:
- ถอด VAT 7%: มูลค่าก่อน VAT = 10,000,000 / 1.07 = 9,345,794.39 บาท | VAT 7% = 654,205.61 บาท
- อากรแสตมป์ 0.1%: คิดจากยอดก่อน VAT = 9,345,794.39 x 0.001 = 9,346 บาท (ชำระผ่าน ภ.อ.4บ)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1%: ราชการหักไว้ = 9,345,794.39 x 1% = 93,457.94 บาท (ได้รับใบ 50 ทวิ)
- เงินสดสุทธิที่บริษัทได้รับจริง: (10,000,000) – (93,457.94) = 9,906,542.06 บาท 💵
กรณีศึกษาที่ 2: งานจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ มูลค่า 1,000,000 บาท (รวม VAT) 💻
- มูลค่าสินค้าก่อน VAT: 934,579.44 บาท | VAT 7% = 65,420.56 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1%: 934,579.44 x 1% = 9,345.79 บาท
- อากรแสตมป์: สัญญาจัดซื้อสินค้าทั่วไปหากไม่มีเงื่อนไขจ้างติดตั้งยุ่งยาก อาจไม่อยู่ในตราสารจ้างทำของ แต่หากเป็นสัญญาซื้อขายผสมติดตั้ง ต้องติดอากร 0.1% ตามมูลค่าจ้าง
กรณีศึกษาที่ 3: งานจ้างพัฒนาระบบซอฟต์แวร์/แอปพลิเคชัน มูลค่า 3,000,000 บาท 📱
บริษัทรับพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ให้หน่วยงานรัฐ มูลค่าสัญญาไม่รวม VAT 3,000,000 บาท:
- VAT 7%: 210,000 บาท | ยอดรวมสัญญา = 3,210,000 บาท
- อากรแสตมป์ (จ้างทำของ 0.1%): 3,000,000 x 0.1% = 3,000 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1%: 3,000,000 x 1% = 30,000 บาท
กรณีศึกษาที่ 4: งานเช่าเครื่องถ่ายเอกสารและอุปกรณ์ระยะยาว 1 ปี มูลค่า 500,000 บาท 🖨️
- อากรแสตมป์เช่าทรัพย์สิน (ตราสาร 1): 0.1% ของมูลค่าเช่า = 500 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: 1% (ตามมาตรา 69 ทวิ สำหรับหน่วยงานราชการจ่าย)
7. 5 ข้อผิดพลาดร้ายแรง (Red Flags) เรื่องภาษีงานราชการที่มักโดนปรับย้อนหลัง 🚨❌
- ลืมยื่น e-Stamp Duty ก่อนทำสัญญา: หลายบริษัทเซ็นสัญญากับราชการไปก่อน แล้วค่อยมาทำเรื่องยื่นอากรทีหลัง จนโดนเบี้ยปรับอากรแสตมป์ 2-6 เท่า! 😱
- ไม่ออกใบกำกับภาษีเมื่อรับเงินงวด: เข้าใจผิดคิดว่าต้องรอจบโครงการค่อยออกใบกำกับภาษีทีเดียว ทำให้โดนเบี้ยปรับ VAT 2 เท่า + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
- ลืมเก็บใบ 50 ทวิ จากหน่วยงานราชการ: พอถึงปลายปี ไม่มีหลักฐานหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย ทำให้ยื่นขอตัดเครดิตภาษี ภ.ง.ด.50 ไม่ได้ ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน! 💸
- คำนวณราคากลางผิดพลาดก่อนยื่น e-Bidding: คำนวณราคายื่นประมูลโดยลืมถอด VAT ออก ทำให้เสนอราคาต่ำเกินจริงจนขาดทุนเมื่อโดนหักภาษี 1% และชำระ VAT
- แจ้งเลขที่บัญชีธนาคารไม่ตรงกับระบบ e-GP: ทำให้ระบบชำระเงินตรง (Direct Payment) ของกรมบัญชีกลางโอนเงินไม่ได้ ชะลอค่างวดและส่งผลต่อรอบภาษี!
8. กฎหมายและเอกสารอ้างอิงระดับประเทศ (External Authority References) 📚⚖️
เพื่อให้บทความนี้มีคุณค่าทางวิชาการและเป็นอ้างอิงระดับมืออาชีพตามหลัก E-E-A-T ของ Google ท่านสามารถศึกษากฎหมายและประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมได้จากลิงก์หน่วยงานรัฐด้านล่างนี้:
- 🏛️ กรมสรรพากร (The Revenue Department): ประมวลรัษฎากร มาตรา 69 ทวิ และ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 (rd.go.th)
- 🏢 กรมบัญชีกลาง (The Comptroller General’s Department): พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (cgd.go.th)
- 💻 ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP System): ระเบียบและขั้นตอนการเสนอราคาอิเล็กทรอนิกส์ (gprocurement.go.th)
9. People Also Ask (PAA) – คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการเสียภาษีงานราชการ ❓🔍
10. คำถามที่พบบ่อย 30 ข้อ (30 Exhaustive FAQs) 💬🧠
รวบรวมทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษีการประมูลงานภาครัฐ e-GP และ e-Bidding ตอบโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Stratton Softtech:
🏢 ข้อมูลติดต่อ บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP & e-Bidding และที่ปรึกษาการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแบบมืออาชีพ
🌐 เว็บไซต์หลัก: https://e-bidding.pro
📞 เบอร์โทรศัพท์: 097-9676457
💬 Line ID: stratton | 🟢 Line OA: @strattonsofttech
📧 อีเมล์: [email protected]

