รับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP และ e-Bidding

บริการรับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP และ e-Bidding ครบวงจร สอนตั้งแต่พื้นฐาน การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงเทคนิคการยื่นซองเสนอราคา เพิ่มโอกาสคว้างานหลวงอย่างมืออาชีพ

Advertisement
💼 รับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP & e-Bidding แบบเจาะลึกมืออาชีพ 🚀
🏢 โดย บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด | 🌐 เว็บไซต์: https://e-bidding.pro
📞 โทร: 097-9676457 | 🟢 Line ID: stratton | 🟢 Line OA: @strattonsofttech | ✉️ อีเมล์: [email protected]

🛑 กรรมการบริษัทติด Blacklist (ผู้ทิ้งงาน): ย้ายไปเปิดบริษัทใหม่ หรือเปลี่ยนผู้ถือหุ้น จะยื่นประมูลได้ไหม? 🚨

“Blacklisted Company Directors in Thai Government Bidding: Can You Bid by Opening a New Company or Changing Shareholders?”

🤖 AI Overview / สรุปย่อสำหรับผู้บริหาร (Featured Snippet)

คำถาม: หากกรรมการบริษัทติด Blacklist (เป็นผู้ทิ้งงานของรัฐ) สามารถย้ายไปเปิดบริษัทใหม่ เปลี่ยนชื่อกรรมการ หรือเปลี่ยนผู้ถือหุ้น เพื่อเข้าประมูลงานรัฐ e-Bidding ได้หรือไม่?

คำตอบ: ❌ “ไม่ได้และมีความเสี่ยงสูงมากที่จะผิดกฎหมาย” ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) การกระทำดังกล่าวจะเข้าข่าย “ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน” หรือการใช้ “Nominee” (ตัวแทนอำพราง)

💡 ทางออก: ต้องดำเนินการยื่นอุทธรณ์ขอเพิกถอนชื่อออกจากบัญชีผู้ทิ้งงานตามระเบียบ หรือรอจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาลงโทษเท่านั้น

📋 สารบัญเนื้อหา (Table of Contents)

1. ทำความเข้าใจ: “ผู้ทิ้งงาน” (Blacklist) ในระบบ e-GP คืออะไร? 😱

ในวงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คำว่า “ผู้ทิ้งงาน” หรือที่เรียกกันติดปากว่า ติดแบล็คลิสต์ (Blacklist) ถือเป็นฝันร้ายที่สุดของผู้ประกอบการ SME หรือบริษัทรับเหมา เพราะนั่นหมายถึงการถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้าเสนอราคากับหน่วยงานของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ!

การถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้ทิ้งงาน มักเกิดจากสาเหตุหลักๆ เช่น:

เมื่อบริษัท ก. ถูกประกาศเป็นผู้ทิ้งงาน ผลที่ตามมาไม่ได้จบแค่ที่ชื่อบริษัท แต่ระบบของกรมบัญชีกลางจะ “แบน” ลามไปถึงตัวบุคคลด้วย นั่นคือ “กรรมการผู้จัดการ” หรือ “หุ้นส่วนผู้จัดการ” ที่มีอำนาจลงนามในขณะนั้น! ทำให้หลายคนเกิดคำถามยอดฮิตว่า “ถ้าฉันติด Blacklist แล้วฉันไปเปิดบริษัทใหม่ หรือให้เมียเปิดบริษัทแทน จะรับงานได้ไหม?” บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึกครับ 🕵️‍♂️

2. กรรมการติดแบล็คลิสต์ ไปเปิดบริษัทใหม่ ยื่นประมูลได้ไหม? (เจาะลึกข้อกฎหมาย) 🏛️

ตอบแบบฟันธงตรงนี้เลยครับว่า ❌ “ทำไม่ได้ และ ไม่ควรทำเด็ดขาด”

ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 109 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อนิติบุคคลใดถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน ให้ถือว่า กรรมการผู้จัดการ, หุ้นส่วนผู้จัดการ, หรือผู้มีอำนาจบริหารของนิติบุคคลนั้น เป็นผู้ทิ้งงานด้วย

นั่นแปลว่า ต่อให้คุณจะไป จดทะเบียนเปิดบริษัทตั้งใหม่ ขึ้นมาด้วยชื่อใหม่ (สมมติชื่อ บริษัท ข.) แต่ถ้ามีชื่อคุณ (ซึ่งติด Blacklist จากบริษัท ก.) ไปนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจบริหาร บริษัท ข. นั้น ก็จะถูกตัดสิทธิในการเข้าประมูลงานรัฐทันที เนื่องจากขาดคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เสนอราคา

ระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางในปัจจุบัน ฉลาดมากครับ มีการเชื่อม API ข้อมูลตรงกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร ทันทีที่คุณเสียบ PKI USB Token เพื่อกดยื่นซอง ระบบจะตรวจสอบเลขบัตรประชาชน 13 หลักของกรรมการทันที หากพบว่าตรงกับบัญชีผู้ทิ้งงาน ซองของคุณจะตกตั้งแต่ยังไม่ทันได้เปิดดูราคาด้วยซ้ำ!

3. เปลี่ยนกรรมการ หรือ โอนหุ้นให้คนอื่น ช่วยหลบ Blacklist ได้หรือไม่? 🔄

หลายคนหัวหมอ คิดว่า “ถ้าตัวฉันติด Blacklist งั้นฉันก็แค่ลาออกจากกรรมการ โอนหุ้นให้น้องชาย หรือให้ลูกจ้างมาเป็นนอมินี (Nominee) แทนสิ แบบนี้รัฐก็จับไม่ได้แล้ว” 💡

นี่คือ “กับดักที่อันตรายที่สุด” ครับ เพราะหน่วยงานรัฐมีกฎหมายที่ใช้ปราบปรามพฤติกรรมนี้โดยเฉพาะ เรียกว่ากฎหมายว่าด้วย “ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน” และ กฎเหล็กเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)

ทำไมถึงโดนจับได้?

  • ตรวจสอบย้อนหลังการโอนหุ้น: หากหน่วยงานรัฐหรือคู่แข่งสงสัย เขาสามารถตรวจสอบ บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น) ย้อนหลังได้ หากพบว่ามีการโอนหุ้นอย่างผิดปกติเพื่อหลบเลี่ยงความผิด จะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต
  • ความสัมพันธ์เชิงบริหาร: แม้คุณจะไม่ได้เป็นกรรมการในกระดาษ แต่ถ้าคุณยังมีอำนาจสั่งการ เป็นคนเซ็นเช็ค เป็นคนดีลงานกับหน่วยงานรัฐ หรือใช้บัญชีธนาคารรับเงินโอนร่วมกัน ศาลปกครองเคยวินิจฉัยแล้วว่า นี่คือการเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee)
  • การใช้สถานที่ตั้งเดียวกัน: หากบริษัทใหม่ ใช้ที่อยู่เดียวกับบริษัทที่ติด Blacklist หรือเบอร์โทรศัพท์เดียวกัน อีเมลเดียวกัน (ในระบบ ลงทะเบียน e-GP) ระบบ AI ของ e-GP จะแจ้งเตือน (Flag) ว่าบริษัทนี้มีความเสี่ยงทันที!

🚀 เช็คให้ชัวร์ ก่อนประมูล! ไม่อยากซองตกเพราะปัญหาเอกสารใช่ไหม?

ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก สแตรทตันซอฟท์เทค ช่วยตรวจสอบประวัติบริษัท เตรียมเอกสาร และวางแผนกลยุทธ์ e-Bidding แบบไร้ความเสี่ยง!

💬 ปรึกษาฟรีผ่าน Line ตอนนี้เลย!

4. “ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน” กฎเหล็กที่ระบบ e-GP ใช้สแกนจับ Nominee 🕸️

คำว่า ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน คือเครื่องมือหลักที่คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างใช้เพื่อคัดบริษัทที่พยายาม ฮั้วประมูล หรือหลบเลี่ยงการถูกแบล็คลิสต์ โดยจะพิจารณาจากเกณฑ์ดังนี้:

  1. ความสัมพันธ์เชิงทุน: มีผู้ถือหุ้นเกิน 25% เป็นบุคคลเดียวกัน ทั้งในบริษัทที่ติด Blacklist และบริษัทใหม่ที่มายื่นประมูล
  2. ความสัมพันธ์เชิงบริหาร: มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม หรือผู้จัดการ เป็นคนๆ เดียวกัน หรือเป็นเครือญาติใกล้ชิด (สามี ภรรยา บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ)
  3. ความสัมพันธ์เชิงไขว้: กรรมการบริษัท ก. ไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ข. หรือ บริษัท ก. ถือหุ้นในบริษัท ข. (นิติบุคคลถือหุ้นในนิติบุคคล)

ดังนั้น ก่อนที่คุณจะยื่นประมูล คุณควร ตรวจสอบประวัติบริษัทตัวเองในระบบ e-GP ให้ละเอียด เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่คดีอาญา

5. ตารางเปรียบเทียบ: ความเสี่ยงของการเลี่ยง Blacklist ในรูปแบบต่างๆ 📊

วิธีการที่พยายามหลบเลี่ยง สถานะทางกฎหมาย e-GP ระดับความเสี่ยง ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหากถูกตรวจสอบ
ใช้บริษัทเดิมที่ติด Blacklist ยื่นซอง ผิด 100% สูงสุด 🔴 ยื่นซองในระบบไม่ได้ / หากยื่นได้ก็จะถูกตัดสิทธิ (Disqualified) ทันที
ไปจดบริษัทใหม่ แต่ใช้กรรมการคนเดิม ผิด 100% (โดนหางเลขมาตรา 109) สูงสุด 🔴 ระบบลิงก์ข้อมูลบัตร ปชช. ทำให้ซองตกทันที อาจโดนแบนบริษัทใหม่ไปด้วย
ให้ภรรยาจดทะเบียนเปิดบริษัทใหม่แทน เข้าข่าย ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน สูงมาก 🟠 กรรมการจัดซื้อจัดจ้างสืบทรัพย์/ทะเบียนสมรส เจอแน่นอน ซองตกและอาจโดนคดีฮั้วประมูล
จ้างลูกจ้าง/เพื่อน มาเป็น นอมินี (Nominee) ผิดกฎหมายแพ่งและอาญา (ตัวแทนอำพราง) สูงมาก 🟠 หากหน่วยงานรัฐ/คู่แข่งร้องเรียน สตง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เจอคดีฉ้อโกงรัฐ
เปลี่ยนชื่อบริษัทเดิม แต่เลขทะเบียนนิติบุคคลเดิม ผิด 100% สูงสุด 🔴 ไม่มีผลใดๆ สถานะทิ้งงานติดที่ “เลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก” ไม่ใช่ชื่อบริษัท

6. Use Cases: กรณีศึกษาจริงที่มักจะโดนจับได้ (ซองตกทันที) 📁

🔍 Case Study 1: ซื้อบริษัทเปล่ามาสวมรอย

สถานการณ์: นาย A (กรรมการบริษัท ก. ที่ติดแบล็คลิสต์) ไปกว้านซื้อบริษัทเปล่า (Shelf Company) ชื่อ บริษัท ข. ที่จดทะเบียนไว้นานแล้วแต่ไม่มีผลประกอบการ จากนั้นทำการเปลี่ยนชื่อกรรมการเป็นคนอื่น แต่ตอนทำ หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน นาย A ใช้เงินตัวเองค้ำประกัน และใช้ผลงานเก่าของบริษัท ก. มาแอบอ้าง

ผลลัพธ์: คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพบพิรุธจากเอกสารรับรองผลงาน และเมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเป็นเงินของนาย A บริษัท ข. จึงถูกปัดตก และถูกส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช.

🔍 Case Study 2: กิจการร่วมค้า (Joint Venture) บังหน้า

สถานการณ์: บริษัท ค. (ติด Blacklist) ต้องการรับงานใหญ่มูลค่า 50 ล้านบาท จึงไปรวมตัวทำ กิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับบริษัท ง. (บริษัทสะอาด) โดยหวังว่าชื่อบริษัท ง. จะช่วยบังหน้าให้ผ่านการพิจารณา

ผลลัพธ์: ตามระเบียบ e-GP การทำกิจการร่วมค้า หากมีนิติบุคคลใดนิติบุคคลหนึ่งในกลุ่มติดแบล็คลิสต์ ให้ถือว่า “กิจการร่วมค้านั้นทั้งหมด เป็นผู้ทิ้งงาน” ทำให้บริษัท ง. ต้องพลอยรับเคราะห์ชวดงานไปด้วย! (ดังนั้นจะหาพาร์ทเนอร์ ต้องเช็คประวัติให้ดี)

7. บทลงโทษทางกฎหมาย หากรัฐจับได้ว่าสวมรอยประมูลงาน ⚖️

หากคุณพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายเพื่อเลี่ยงสถานะผู้ทิ้งงาน แล้วหลุดเข้าไปประมูลงานได้สำเร็จ (เช่น ระบบจับไม่ได้ในตอนแรก) แต่มาถูก สตง. ตรวจสอบพบในภายหลัง ผลกระทบจะรุนแรงกว่าการซองตกปกติมากครับ:

  • ❌ บอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืน: รัฐจะบอกเลิกสัญญาทันที แม้คุณจะทำงานไปแล้ว 90% และจะไม่จ่ายเงินส่วนที่เหลือ พร้อมกับเรียกเงินที่เบิกไปแล้วคืนทั้งหมด!
  • 💸 ริบหลักประกัน: ทั้งหลักประกันซอง และ หลักประกันสัญญา จะถูกยึดเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน
  • 🚔 คดีอาญา (พ.ร.บ. ฮั้วประมูล): อาจเข้าข่ายความผิดฐานเสนอราคาโดยไม่สุจริต โทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • 📝 แบล็คลิสต์ซ้ำซ้อน: บุคคลที่เป็น Nominee รวมถึงบริษัทใหม่ จะถูกขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ทิ้งงานเพิ่มอีกราย ตัดอนาคตทางธุรกิจอย่างถาวร

📈 เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยที่ปรึกษามืออาชีพ

ติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย? ไม่แน่ใจว่าบริษัทของคุณมีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่?
ติดต่อเรา บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด เรามีบริการวิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนยื่นซอง!

🌐 เข้าชมเว็บไซต์ของเรา

8. ทางออกที่ถูกต้อง: วิธีล้างมลทินและกลับมารับงานรัฐได้อีกครั้ง 🕊️

แทนที่จะหาวิธีหลบเลี่ยงแบบผิดๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดคุก ทางออกที่ถูกต้องตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างฯ มีดังนี้ครับ:

  1. ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทิ้งงาน: ภายใน 15 วันนับจากได้รับหนังสือแจ้ง หากคุณมีเหตุผลอันควร (เช่น เกิดเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) หรือเป็นความผิดของหน่วยงานรัฐเองที่ไม่ยอมตรวจรับงาน) คุณสามารถยื่น หนังสืออุทธรณ์คำสั่ง ต่อปลัดกระทรวงการคลังได้
  2. รอให้พ้นระยะเวลาลงโทษ: โดยปกติการติด Blacklist จะมีกำหนดระยะเวลา (เช่น 1 ปี, 2 ปี หรือ 5 ปี ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของพฤติกรรม) เมื่อพ้นกำหนดแล้ว ชื่อจะถูกถอนออกจากระบบโดยอัตโนมัติ
  3. ขอเพิกถอนชื่อออกจากบัญชี: หากคุณได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่หน่วยงานของรัฐครบถ้วนแล้ว และมีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าได้แก้ไขปรับปรุงตัว คุณสามารถทำเรื่องร้องขอต่อปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อขอเพิกถอนชื่อก่อนกำหนดได้ (ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด)
  4. เบนเข็มไปรับงานเอกชน หรือ Subcontract: ในระหว่างที่ยังติดโทษแบน บริษัทของคุณยังสามารถรับงานจากภาคเอกชนได้ตามปกติ หรือไปเป็น ผู้รับเหมาช่วง (Subcontractor) ให้กับบริษัทใหญ่ที่ประมูลงานรัฐได้ (แต่ต้องเช็ค TOR ให้ดีว่าอนุญาตให้จ้างช่วงหรือไม่)

9. แหล่งอ้างอิงข้อมูล (External Authority References) 📚

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นโดยอ้างอิงจากกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือสูงสุด (E-E-A-T):

  • 📖 พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (มาตรา 109 การเป็นผู้ทิ้งงาน)
  • 📖 ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
  • 🌐 ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง (http://www.gprocurement.go.th)
  • ⚖️ คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่เกี่ยวข้องกับกรณีผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันและการเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ในการประมูลงาน

🏆 30 คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องกรรมการติด Blacklist และการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น 💡

1. กรรมการบริษัทติด Blacklist ไปเปิดบริษัทใหม่ รับงานรัฐได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ครับ ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 109 สถานะผู้ทิ้งงานจะติดตัวกรรมการไปด้วย หากไปเปิดบริษัทใหม่ บริษัทนั้นจะขาดคุณสมบัติในการประมูลงานรัฐทันที
2. เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่ แต่เลขทะเบียนนิติบุคคลเดิม จะหลุดจาก Blacklist ไหม?
ตอบ: ไม่หลุดครับ ระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง อ้างอิงจาก “เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก” ไม่ใช่ชื่อบริษัท ดังนั้นการเปลี่ยนชื่อบริษัทไม่มีผลใดๆ
3. ให้ภรรยาเป็นคนเปิดบริษัทใหม่แทน จะเข้าประมูล e-Bidding ได้ไหม?
ตอบ: มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกปัดตก หากตรวจสอบพบว่าเป็น “ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน” (ตามกฎหมายครอบครัว/สินสมรส) หรือมองว่าเป็นการใช้ Nominee เพื่อเลี่ยงกฎหมาย
4. หุ้นส่วนบริษัท (ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม) ติดแบล็คลิสต์ บริษัทจะโดนด้วยไหม?
ตอบ: โดยหลักแล้ว สถานะทิ้งงานจะผูกกับ “กรรมการผู้จัดการ หรือ ผู้มีอำนาจบริหาร” หากเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่มีอำนาจจัดการ บริษัทอาจไม่โดนแบน แต่ต้องระวังเรื่องการมีผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน หากสัดส่วนหุ้นสูงเกินไป
5. เช็ครายชื่อผู้ทิ้งงาน e-GP ได้จากที่ไหน?
ตอบ: สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง (ระบบ e-GP) ในเมนู “รายชื่อผู้ทิ้งงาน” หรือใช้ เครื่องมือวิเคราะห์คู่แข่ง ก่อนการยื่นประมูล
6. จะขอเพิกถอนชื่อออกจากบัญชีผู้ทิ้งงาน (Blacklist) ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ต้องทำหนังสือร้องขอต่อปลัดกระทรวงการคลัง โดยต้องพิสูจน์ว่าได้ชดใช้ความเสียหายครบถ้วน หรือมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ พร้อมหลักฐานประกอบ
7. ติด Blacklist งาน อบต. จะไปรับงานของ กรมทหาร ได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ครับ บัญชีผู้ทิ้งงานเป็น “บัญชีระดับชาติ” (Central Blacklist) บังคับใช้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศ
8. ติดแบล็คลิสต์กี่ปี ถึงจะหลุด?
ตอบ: ระยะเวลาลงโทษขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการและระดับความผิด ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 1 ถึง 5 ปี เมื่อพ้นกำหนด ชื่อจะถูกถอนออก
9. หากเป็นเพียง “ผู้รับเหมาช่วง” (Subcontractor) จำเป็นต้องเช็ค Blacklist ไหม?
ตอบ: โดยทั่วไปสัญญารับงานช่วงจะเป็นสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน (Main Contractor) แต่หน่วยงานรัฐบางแห่งระบุใน TOR ชัดเจนว่า “ห้ามนำงานไปจ้างช่วงให้กับผู้ที่ติดแบล็คลิสต์” จึงควรตรวจสอบก่อนเสมอ
10. บริษัท ก. ติดแบล็คลิสต์ ไปทำกิจการร่วมค้า (Consortium) กับ บริษัท ข. ได้ไหม?
ตอบ: ทำได้ (ในแง่ของการจดทะเบียน) แต่จะไม่สามารถนำนาม กิจการร่วมค้า ก-ข ไปประมูลงานรัฐได้ เพราะถือว่ากิจการร่วมค้านั้นขาดคุณสมบัติไปด้วย
11. คดีฮั้วประมูล กับ การเป็นผู้ทิ้งงาน เหมือนกันหรือไม่?
ตอบ: ไม่เหมือนกัน การเป็นผู้ทิ้งงานคือโทษทางปกครอง (ตัดสิทธิรับงาน) แต่ “ฮั้วประมูล” เป็นโทษทางอาญา มีสิทธิ ติดคุกตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ
12. ขายของผ่าน e-Market (ไม่มีการเซ็นสัญญาใหญ่) คนติด Blacklist ขายได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ครับ ระบบ e-Market ของกรมบัญชีกลาง ก็ผูกกับฐานข้อมูลผู้ทิ้งงานเช่นเดียวกัน จะไม่สามารถเสนอราคาเข้าสู่ระบบได้เลย
13. ถ้าถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงาน ขณะที่กำลังมีสัญญางานรัฐอีกโครงการหนึ่งอยู่ สัญญานั้นจะถูกยกเลิกไหม?
ตอบ: สัญญาที่ลงนามไปแล้ว *ก่อน* วันที่ถูกประกาศเป็นผู้ทิ้งงาน จะยังคงดำเนินต่อไปได้จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญา (รัฐจะไม่ยกเลิกย้อนหลัง เว้นแต่ทำงานไม่เสร็จ) แต่จะไม่สามารถเข้าเสนอราคางานใหม่ได้
14. ขอขยายเวลาสัญญาเพราะน้ำท่วม จะรอดพ้นการถูกแบล็คลิสต์ไหม?
ตอบ: ถือเป็น เหตุสุดวิสัย หากมีหลักฐานชัดเจน (เช่น ประกาศเขตภัยพิบัติ) และยื่นเรื่องภายใน 15 วันนับจากเหตุยุติ รัฐสามารถพิจารณางดหรือลดค่าปรับ และไม่ถือว่าเป็นการทิ้งงานได้
15. การโดน “ริบหลักประกันซอง” แปลว่าติด Blacklist แน่นอนใช่ไหม?
ตอบ: ไม่เสมอไป! การโดนริบหลักประกันซอง (เช่น ชนะแล้วไม่ไปเซ็นสัญญา) หน่วยงานรัฐจะพิจารณาก่อนว่าคุณมี “เหตุผลอันสมควร” หรือไม่ หากอธิบายไม่ได้ถึงจะถูกส่งชื่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาแบล็คลิสต์ต่อไป
16. บริษัทตั้งใหม่ เพิ่งจดทะเบียน ประวัติขาวสะอาด จะมีโอกาสประมูลสู้ขาใหญ่ได้ไหม?
ตอบ: ได้ครับ หากเป็นโครงการที่ไม่กำหนดผลงานย้อนหลัง แต่ บริษัทตั้งใหม่ต้องเตรียมเอกสารทางการเงิน (Bank Statement) ให้แข็งแรงตามเงื่อนไขของ e-GP
17. นิติบุคคลต่างประเทศ เข้าประมูลงานรัฐไทย แล้วทิ้งงาน จะโดน Blacklist ในไทยไหม?
ตอบ: โดนครับ บริษัทต่างชาติที่ทำ Consortium หรือมารับงานในไทย ต้องปฏิบัติตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างฯ ของไทยทุกประการ
18. มีวิธีเช็คไหมว่า คู่แข่งของเราเป็น “ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน” กับเราหรือเปล่า?
ตอบ: ตรวจสอบได้จากการคัดหนังสือรับรองบริษัท และ บอจ.5 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อดูรายชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้น ว่าซ้ำซ้อนกับบริษัทของเราหรือไม่
19. พนักงานเก่าลาออกไปเปิดบริษัทใหม่ มาแข่งประมูลงานเดียวกัน ถือว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันไหม?
ตอบ: หากเขาลาออกขาดจากกันชัดเจน ไม่ได้ถือหุ้น และไม่ได้เป็นกรรมการร่วมกันแล้ว สามารถแข่งขันกันได้ ไม่ถือเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันตามกฎหมาย
20. เสนอราคาต่ำผิดปกติ (Abnormally Low Bid) จะโดนแบล็คลิสต์ไหม?
ตอบ: การ เสนอราคาต่ำผิดปกติ ไม่ใช่การทิ้งงาน แต่กรรมการจะเรียกมาชี้แจง หากชี้แจงไม่ได้ว่าทำไมถึงเสนอราคาถูกมาก (เช่น กลัวว่าจะทิ้งงานทีหลัง) กรรมการมีสิทธิปัดตกซองนั้นได้
21. สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) มีอำนาจสั่งให้บริษัทติด Blacklist หรือไม่?
ตอบ: สตง. ไม่มีอำนาจสั่งตรง แต่ สตง. มีอำนาจตรวจสอบพบความผิดปกติ และ แจ้งให้หน่วยงานรัฐต้นสังกัดดำเนินการตั้งคณะกรรมการพิจารณาทิ้งงาน และดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายได้
22. ถ้าหน่วยงานรัฐจ่ายเงินช้า (เบิกจ่ายล่าช้า) เราขอยกเลิกสัญญาได้ไหม โดยไม่ให้ติด Blacklist?
ตอบ: สามารถทำได้หากเข้าเงื่อนไขว่าหน่วยงานรัฐเป็นฝ่ายผิดสัญญาอย่างร้ายแรง แต่ต้องทำหนังสือแจ้งเตือนให้ปฏิบัติตามสัญญาตามขั้นตอนทางกฎหมายก่อน จึงจะปลอดภัย ไม่ควรหยุดงานไปเฉยๆ
23. โอนสิทธิเรียกร้อง (รับเงิน) ให้บริษัทอื่นทำได้ไหม ถ้าเราโดนแบล็คลิสต์ไปแล้ว?
ตอบ: สำหรับโครงการที่เซ็นสัญญาไปแล้วก่อนโดนแบน การ โอนสิทธิเรียกร้องการรับเงินให้แบงก์หรือบุคคลที่ 3 ยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแพ่ง ตราบใดที่สัญญางานรัฐนั้นยังไม่ถูกยกเลิก
24. หากจดทะเบียนเป็น “บุคคลธรรมดา” รับงานรัฐ แล้วทิ้งงาน จะโดน Blacklist ตลอดชีวิตไหม?
ตอบ: ไม่ตลอดชีวิตครับ ระยะเวลาลงโทษมีกำหนดเวลาเช่นเดียวกับนิติบุคคล แต่อนาคตหากบุคคลนั้นไปจดตั้งบริษัทจำกัด บริษัทนั้นก็จะติดร่างแหแบล็คลิสต์ไปด้วย
25. ยื่นซอง e-Bidding ไม่ทัน เพราะระบบล่ม จะโดนแบล็คลิสต์ข้อหาไม่มาเสนอราคาไหม?
ตอบ: ไม่โดนครับ การไม่ยื่นซองเป็นสิทธิของผู้ซื้อซอง แต่หาก ระบบ e-GP ล่มจริงๆ ในวันยื่นซอง กรมบัญชีกลางจะมีประกาศขยายเวลายื่นให้ หรือให้หน่วยงานรัฐยกเลิกการประมูลครั้งนั้นไปก่อน
26. ยกเลิกการเสนอราคา ในระบบ e-Bidding หลังจากกดยืนยันไปแล้ว ทำได้ไหม?
ตอบ: ไม่สามารถถอนการเสนอราคาได้ หากกดยืนยันด้วย USB Token แล้ว หากคุณชนะแล้วไม่ทำสัญญา คุณจะเสี่ยงต่อการโดนริบหลักประกันและติดแบล็คลิสต์ทันที จึงต้องตรวจสอบราคาให้ชัวร์ก่อนเคาะ!
27. ชนะประมูลแล้ว แต่พบว่า TOR ไม่เป็นธรรม (ล็อคสเปก) ไม่เซ็นสัญญาได้ไหม?
ตอบ: ถ้าคุณยื่นประมูลจนชนะแล้วเพิ่งมาอ้างว่า TOR ล็อคสเปก เพื่อจะไม่เซ็นสัญญา คุณมีโอกาสโดนแบล็คลิสต์สูงมาก! การ วิจารณ์ หรือร้องเรียน TOR ล็อคสเปก ต้องทำตั้งแต่ช่วงประกาศร่าง TOR ไม่ใช่หลังชนะประมูล
28. หมดระยะประกันผลงาน 2 ปีแล้ว หน่วยงานรัฐไม่ยอมคืนเงินประกัน ต้องทำอย่างไร?
ตอบ: ต้องทำหนังสือทวงถาม หากไม่มีการตอบรับ สามารถฟ้องศาลปกครองได้ การขอคืนหลักประกันความชำรุดบกพร่อง เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของผู้รับจ้าง หากงานไม่มีปัญหา
29. การใช้บริษัท “ตัวแทนจำหน่าย” (Bidding Agent) ประมูลงานแทน ปลอดภัยจาก Blacklist ไหม?
ตอบ: หาก Bidding Agent ประมูลในนามบริษัทของเขาเอง เขาเป็นผู้รับผิดชอบสัญญา หากเขาทิ้งงาน เขาติดแบล็คลิสต์ ไม่ใช่เรา (ผู้ผลิตสินค้า) แต่รัฐมักจะกำหนดว่าต้องมีใบแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายชัดเจน
30. จะฟ้องศาลปกครอง เพื่อถอนชื่อออกจากบัญชีผู้ทิ้งงาน ทำได้ในกรณีใดบ้าง?
ตอบ: ทำได้เมื่อคุณได้ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อกระทรวงการคลังแล้ว แต่ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่เป็นผล และคุณมีหลักฐานว่าการถูกสั่งแบล็คลิสต์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือรับฟังพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน