🏗️ สรุปวิธีคิด “ค่า Factor F” ในงานก่อสร้างภาครัฐ คืออะไร? คำนวณอย่างไรไม่ให้ผู้รับเหมาขาดทุน 💰
Comprehensive Guide to “Factor F” Calculation in Government Construction Contracts: How to Calculate Accurately and Prevent Financial Losses
🤖 AI Overview & Summary: ค่า Factor F คืออะไร?
ค่า Factor F (ตัวพวีคูณราคากลาง) คือ ค่าใช้จ่ายทางอ้อม (Indirect Cost) ในการทำงานก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกรมบัญชีกลางกำหนดขึ้นเพื่อนำมาคูณกับ “ค่างานทางตรง” (Direct Cost / ต้นทุนวัสดุ+แรงงาน) เพื่อแปลงให้เป็น “ราคากลางงานก่อสร้าง” ที่สมบูรณ์ โดยองค์ประกอบสำคัญในค่า Factor F ครอบคลุม 4 ส่วน ได้แก่:
- 🏢 ค่าอำนวยการ (Overhead Expenses): ค่าบริหารจัดการ เงินเดือนวิศวกร ค่าออฟฟิศสนาม ค่าเสื่อมราคา
- 🏦 ค่าดอกเบี้ย (Interest): ต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและเงินหมุนเวียนในการทำงาน
- 📈 กำไร (Profit): ผลตอบแทนทางธุรกิจของผู้รับเหมาก่อสร้าง (ปกติคิด 5.5% – 7%)
- 🧾 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): ภาษีตามกฎหมายที่ต้องบวกเพิ่มในราคากลาง
สูตรคำนวณเบื้องต้น: $$\text{ราคากลางสุทธิ} = \text{ค่างานทางตรง (Direct Cost)} \times \text{Factor F}$$
📌 สารบัญเนื้อหาเจาะลึก (Table of Contents)
- 1. ค่า Factor F คืออะไร? ทำความรู้จักหัวใจสำคัญของราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐ
- 2. เจาะลึก 4 องค์ประกอบสำคัญที่ซ่อนอยู่ในตาราง Factor F
- 3. ตัวแปรที่มีผลต่อการเลือกใช้ตาราง Factor F (Advance, Retention, MLR, VAT)
- 4. ขั้นตอนและวิธีคำนวณ Factor F แบบ Step-by-Step (พร้อมสูตร Interpolation)
- 5. ตารางเปรียบเทียบ Factor F ในงานก่อสร้างแต่ละประเภท (อาคาร, ทาง, สะพาน, ชลประทาน)
- 6. 5 หลุมพรางและข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ทำให้ผู้รับเหมา “ขาดทุนยับ” จาก Factor F
- 7. กรณีศึกษาถอดรหัส (Use Cases): การคิด Factor F ในโครงการจริง 50 ล้านบาท
- 8. กลยุทธ์เสนอราคา e-Bidding ร่วมกับ Factor F และการคำนวณ BOQ ให้ชนะประมูล
- 9. เอกสารและอ้างอิงทางกฎหมายจากกรมบัญชีกลาง (External Authority References)
- 10. คำถามที่พบบ่อย 30 ข้อ (FAQ) เกี่ยวกับ Factor F และ e-GP
1. ค่า Factor F คืออะไร? ทำความรู้จักหัวใจสำคัญของราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐ 📐
ในการประมูลงานก่อสร้างภาครัฐผ่านระบบ e-GP และ e-Bidding ปัญหาที่ผู้รับเหมามือใหม่มักประสบมากที่สุดคือ “การคำนวณต้นทุนผิดพลาด” จนนำไปสู่การเสนอราคาที่ต่ำเกินไปจนขาดทุน หรือสูงเกินไปจนแพ้ประมูล หัวใจสำคัญที่เป็นตัวตัดสินราคากลางทั้งหมดก็คือ “ค่า Factor F”
Factor F คือ “ตัวคูณค่างานทางอ้อม” ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง) เพื่อให้หน่วยงานราชการใช้คำนวณราคากลาง (Median Price) โดยนำเอาต้นทุนทางตรงที่ถอดแบบจาก BOQ (Bill of Quantities) เช่น ค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงงาน มาคูณด้วย Factor F เพื่อให้ได้ราคากลางที่รวมค่าใช้จ่ายบริหารจัดการ กำไร ดอกเบี้ย และภาษีเรียบร้อยแล้ว
2. เจาะลึก 4 องค์ประกอบสำคัญที่ซ่อนอยู่ในตาราง Factor F 🔍
กรมบัญชีกลางได้ทำการวิเคราะห์และคำนวณต้นทุนแฝงของธุรกิจก่อสร้าง ออกมาเป็นสัดส่วนร้อยละที่บรรจุอยู่ในตาราง Factor F ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลัก ดังนี้:
-
🏢 ค่าอำนวยการ (Overhead Expenses):
คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในค่างานทางอ้อม ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบริหารไซต์งานก่อสร้าง ได้แก่:
- เงินเดือนวิศวกร ผู้ควบคุมงาน โฟร์แมน และฝ่ายบัญชีประจำโครงการ
- ค่าจัดตั้งและรื้อถอนสำนักงานสนาม (Site Office) บ้านพักคนงาน และสุขาชั่วคราว
- ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ในพื้นที่ก่อสร้าง
- ค่าเครื่องมือวัด ค่าทดสอบคุณภาพวัสดุ (Material Testing) เช่น การกดก้อนปูน (Cube/Cylinder Test)
- ค่า ประกันภัยงานก่อสร้าง (CAR Insurance) และประกันภัยบุคคลที่สาม
-
🏦 ค่าดอกเบี้ย (Interest Rates):
เนื่องจากงานรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ ผู้รับเหมาจะต้อง “สำรองเงินจ่ายไปก่อน” เพื่อซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรง กรมบัญชีกลางจึงคำนวณต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยตามอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมประเภท MLR (Minimum Loan Rate) ของธนาคารพาณิชย์ใหญ่สี่แห่ง เพื่อชดเชยต้นทุนเงินหมุนเวียนให้แก่ผู้รับเหมา
-
📈 ค่ากำไร (Profit):
สะท้อนผลตอบแทนทางธุรกิจที่ผู้รับเหมาควรรักษาไว้ได้ โดยปกติในสูตรตาราง Factor F จะล็อกสัดส่วนกำไรขั้นต้นไว้อยู่ที่ประมาณ 5.5% ถึง 7.0% ขึ้นอยู่กับขนาดวงเงินของโครงการ
-
🧾 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%):
ภาษีตามกฎหมายประมวลรัษฎากร ซึ่งจะถูกคิดสมทบเข้าไปในขั้นตอนสุดท้ายของตัวคูณ Factor F เพื่อให้ราคากลางครอบคลุม ภาระภาษีรับงานราชการ ทั้งหมด
🔥 อยากคำนวณราคากลาง e-Bidding แบบมืออาชีพ ไม่เสี่ยงขาดทุน?
ปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Stratton Softtech เรียนรู้เทคนิคการถอด BOQ และการวิเคราะห์คู่แข่งแบบเจาะลึก
👉 คลิกดูรายละเอียดคอร์สสอนประมูลงานรัฐ3. ตัวแปรที่มีผลต่อการเลือกใช้ตาราง Factor F (Advance, Retention, MLR, VAT) ⚙️
ตาราง Factor F ของกรมบัญชีกลางไม่ได้มีเพียงตารางเดียว! แต่แบ่งออกตาม “เงื่อนไขของสัญญา” และ “สภาวะเศรษฐกิจ” โดยมีตัวแปรสำคัญที่ผู้รับเหมาต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนเลือกใช้ตาราง ได้แก่:
| ตัวแปรสำคัญ (Variable) | รายละเอียดและตัวเลือกในสัญญา | ผลกระทบต่อค่า Factor F |
|---|---|---|
| 1. เงินจ่ายล่วงหน้า (Advance Payment) | กำหนดเป็น 0%, 5%, 10%, หรือ 15% ของวงเงินสัญญา | หากรัฐจ่ายเงินล่วงหน้า Advance Payment 15% ค่า Factor F จะ ลดลง เพราะต้นทุนดอกเบี้ยของผู้รับเหมาลดลง |
| 2. เงินประกันผลงานหัก (Retention) | กำหนดหัก 0%, 5%, หรือ 10% จากเงินค่างวด | หากรัฐหักเงินประกันผลงานสูง (เช่น 10%) ค่า Factor F จะ สูงขึ้น เพื่อชดเชยภาระสภาพคล่องเงินหมุนเวียน |
| 3. อัตราดอกเบี้ยกู้ยืม (MLR) | อัตราดอกเบี้ย MLR เฉลี่ยของธนาคารใหญ่ (เช่น 6.0% – 7.0%) | หากแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น กรมบัญชีกลางจะประกาศปรับตาราง Factor F ขึ้นตาม |
| 4. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | ปัจจุบันจัดเก็บที่อัตรา 7% | เป็นตัวคูณคงที่ในตารางกระทรวงการคลัง |
4. ขั้นตอนและวิธีคำนวณ Factor F แบบ Step-by-Step (พร้อมสูตร Interpolation) 🧮
กรณีที่ค่างานทางตรง (Direct Cost) จาก BOQ ของเรา ไม่ตรงกับตัวเลขเป๊ะๆ ในช่องตารางของกรมบัญชีกลาง (เช่น ค่างานตกอยู่ที่ 14,500,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างช่อง 10 ล้าน ถึง 20 ล้านบาท) กฎหมายกำหนดให้ต้องทำการ “เทียบอัตราส่วนเชิงเส้น” (Linear Interpolation) ดังนี้:
สูตรการคำนวณ Interpolation ค่า Factor F:
โดยที่:
- \(C\) = ค่างานทางตรงที่ต้องการหาค่า Factor F (เช่น 14,500,000 บาท)
- \(C_1\) = วงเงินค่างานทางตรงขั้นต่ำที่อยู่ติดกันในตาราง (เช่น 10,000,000 บาท)
- \(C_2\) = วงเงินค่างานทางตรงขั้นสูงที่อยู่ติดกันในตาราง (เช่น 20,000,000 บาท)
- \(F_1\) = ค่า Factor F ณ วงเงิน \(C_1\)
- \(F_2\) = ค่า Factor F ณ วงเงิน \(C_2\)
📝 ตัวอย่างการคำนวณจริง:
สมมุติถอด BOQ งานก่อสร้างอาคารได้ค่างานทางตรง \(C = 15,000,000\) บาท
เปิดตาราง Factor F งานอาคาร (เงินล่วงหน้า 0%, หักประกัน 5%, ดอกเบี้ย 6%, VAT 7%):
- ค่างาน \(C_1 = 10,000,000\) บาท มีค่า \(F_1 = 1.3074\)
- ค่างาน \(C_2 = 20,000,000\) บาท มีค่า \(F_2 = 1.2910\)
แทนค่าในสูตร:
ดังนั้น ราคากลางรวมสุทธิ = \(15,000,000 \times 1.2992 = \mathbf{19,488,000}\) บาท!
5. ตารางเปรียบเทียบ Factor F ในงานก่อสร้างแต่ละประเภท 📊
งานก่อสร้างภาครัฐแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ซึ่งมีโครงสร้างตาราง Factor F แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากความเสี่ยงและลักษณะเครื่องจักรที่ใช้ไม่เหมือนกัน:
| ประเภทกลุ่มงานก่อสร้าง | ลักษณะงานที่ครอบคลุม | จุดเด่นและข้อสังเกตของ Factor F |
|---|---|---|
| 1. งานอาคาร (Building Work) | อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงเรียน หอพัก ตกแต่งภายใน บิ้วอิน | ค่า Factor F มักจะ สูงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากมีรายละเอียดงานสถาปัตยกรรม ค่าแรงช่างฝีมือ และงานระบบเยอะ |
| 2. งานทาง (Road Construction) | ถนนแอสฟัลท์ คอนกรีตเสริมเหล็ก งานบูรณะทางหลวง ปรับปรุงไหล่ทาง | เน้นการใช้เครื่องจักรหนัก ค่า Factor F จะลดลงรวดเร็วเมื่อวงเงินโครงการใหญ่ขึ้น |
| 3. งานสะพานและท่อเหลี่ยม (Bridge & Culverts) | สะพานข้ามแม่น้ำ สะพานยกระดับ สะพานลอย ท่อลอดคอนกรีตเสริมเหล็ก | ความเสี่ยงด้านวิศวกรรมสูงกว่างานทาง ทำให้ตัวคูณ Factor F สูงกว่างานทางเล็กน้อย |
| 4. งานชลประทาน (Irrigation Work) | เขื่อน คลองส่งน้ำ ประตูระบายน้ำ งานขุดลอกลำน้ำ สถานีสูบน้ำ | คำนึงถึงความเสี่ยงตามฤดูกาล (เช่น ปัญหาน้ำท่วมไซต์งาน) ตัวคูณมีการเผื่อความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ |
6. 5 หลุมพรางและข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ทำให้ผู้รับเหมา “ขาดทุนยับ” จาก Factor F ⚠️
❌ หลุมพรางที่ 1: เลือกใช้ตาราง Factor F ผิดประเภทงาน
ตัวอย่างเช่น นำตารางงานทางไปคิดงานอาคาร หรือนำตารางงานอาคารไปคิดงานปรับปรุงภูมิทัศน์ ส่งผลให้ราคากลางคลาดเคลื่อน หากยื่นซอง e-Bidding ไป อาจโดนคณะกรรมการปัดตกซองเทคนิค หรือถ้าชนะประมูลก็ขาดทุนตั้งแต่วันเซ็นสัญญา
❌ หลุมพรางที่ 2: มองข้ามการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (MLR)
กรมบัญชีกลางมีการอัปเดตตาราง Factor F อยู่เรื่อยๆ เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยน ผู้รับเหมาบางรายใช้ตารางเก่าที่เซฟไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำให้คำนวณราคากลางคลาดเคลื่อนจากประกาศภาครัฐ
❌ หลุมพรางที่ 3: ไม่ได้คำนวณความเสี่ยงของ “ค่า K” (Escalation Factor)
ค่า Factor F เป็นเพียงค่าใช้จ่ายทางอ้อม ณ วันจัดทำราคากลาง แต่หากวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก หรือปูนซีเมนต์ ผันผวนระหว่างก่อสร้าง ผู้รับเหมาต้องเข้าใจกฎการขอชดเชย “ค่า K” งานก่อสร้าง เพื่อรักษากำไร
❌ หลุมพรางที่ 4: ลืมคำนวณ Cash Flow และต้นทุนการค้ำประกัน
ผู้รับเหมามักคิดว่ากำไร 6% ใน Factor F คือเงินสดที่เข้ากระเป๋าทันที แต่ลืมไปว่าต้องนำไปจ่ายค่าธรรมเนียม หลักประกันสัญญา e-LG และค่าดอกเบี้ยกู้เงินหมุนเวียน หากบริหาร Cash Flow งานรับเหมา ไม่ดี อาจเกิดวิกฤตสภาพคล่องได้
❌ หลุมพรางที่ 5: ตัดราคาฟันราคา (Price Dumping) เกินขอบเขต Factor F
การตัดราคาแข่งใน e-Bidding โดยหวังจะไปลดต้นทุนค่างานทางอ้อมทีหลัง เป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้ผู้รับเหมาทิ้งงาน จนโดนริบหลักประกันซอง และเสี่ยงติด บัญชีดำ Blacklist ผู้ทิ้งงาน
7. กรณีศึกษาถอดรหัส (Use Cases): การคิด Factor F ในโครงการจริง 50 ล้านบาท 🏢
ตัวอย่างกรณีศึกษา: บริษัท สแตรทตัน คอนสตรัคชั่น จำกัด ต้องการยื่นประมูลโครงการก่อสร้างอาคารเรียนสูง 5 ชั้น วงเงินราคากลางภาครัฐ 50,000,000 บาท
ขั้นตอนการวิเคราะห์เชิงลึก:
- ถอดรายละเอียดวัสดุและค่าแรงจาก BOQ (Direct Cost) ได้ตัวเลขแท้จริง: 38,500,000 บาท
- ตรวจสอบเงื่อนไข TOR: จ่ายเงินล่วงหน้า (Advance Payment) 15%, หักเงินประกันผลงาน (Retention) 5%
- คำนวณ Factor F สำหรับ Direct Cost 38.5 ล้านบาท ผ่านสูตร Interpolation ได้ค่า Factor F = 1.2745
- คำนวณราคากลางที่ภาครัฐตั้งไว้ = \(38,500,000 \times 1.2745 = \mathbf{49,068,250}\) บาท
- กลยุทธ์เสนอราคา: บริษัทรู้ว่าต้นทุนทางตรงแท้จริงอยู่ที่ 38.5 ล้านบาท + ค่าบริหารจัดการจริงบริษัทใช้เพียง 18% (Factor บริหารจริง = 1.18) ต้นทุนรวมบริษัท = 45,430,000 บาท จึงกำหนดจุดตัดการเสนอราคาที่ 46,800,000 บาท เพื่อล็อคกำไรสุทธิไว้ไม่ต่ำกว่า 1.37 ล้านบาท โดยไม่เสี่ยงฟันราคาจนขาดทุน!
🏆 อยากก้าวสู่การเป็น “ผู้รับเหมาหลัก” ระดับมืออาชีพ?
เรียนรู้วิธีการยกระดับธุรกิจก่อสร้าง การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ และเทคนิคสู้ราคา e-Bidding แบบแม่นยำ
อ่านคู่มืออัปเกรดเป็นผู้รับเหมาหลัก8. กลยุทธ์เสนอราคา e-Bidding ร่วมกับ Factor F และการคำนวณ BOQ ให้ชนะประมูล 🎯
การชนะประมูลงานรัฐยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ใครเสนอราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ “ความแม่นยำของข้อมูลและเทคนิคการบริหารต้นทุน” โดยมีแนวทางปฏิบัติสำคัญดังนี้:
- เช็คสิทธิ์แต้มต่อ SME และ MiT: สิทธิประโยชน์ ใบรับรอง Made in Thailand (MiT) และแต้มต่อ SME ช่วยเพิ่มโอกาสชนะประมูลได้โดยไม่ต้องฟันราคาลดกำไร Factor F
- เตรียมความพร้อมเรื่องชั้นผู้รับเหมา: การ ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลาง ช่วยให้คุณเข้าถึงโครงการที่มี Factor F เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ
- วางแผนงานเพิ่ม-งานลด (Change Order): ในระหว่างก่อสร้าง หากมีการแก้ไขแบบก่อสร้าง ต้องใช้ค่า Factor F ตัวเดิมในสัญญามาคำนวณ งานเพิ่ม-งานลด เพื่อรักษาสิทธิ์เงินชดเชย
9. เอกสารและอ้างอิงทางกฎหมายจากกรมบัญชีกลาง (External Authority References) 📚
บทความนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์และกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ได้แก่:
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)
- คู่มือและหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐ โดย คณะกรรมการกำหนดราคากลางและพัสดุลงทะเบียน
- ประกาศคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง ตาราง Factor F อัปเดตล่าสุด
- ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) Stratton Softtech Guide

