รับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP และ e-Bidding

บริการรับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP และ e-Bidding ครบวงจร สอนตั้งแต่พื้นฐาน การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงเทคนิคการยื่นซองเสนอราคา เพิ่มโอกาสคว้างานหลวงอย่างมืออาชีพ

Advertisement
สอนประมูลงานภาครัฐ e-GP และ e-Bidding แบบเจาะลึก ที่ปรึกษาประมูลงานรัฐ Stratton Softtech
🚀 รับสอนประมูลงานภาครัฐ e-GP & e-Bidding แบบเจาะลึกมืออาชีพ | บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด
🌐 เว็บไซต์ : https://e-bidding.pro | 📞 โทร: 097-9676457
💬 Line ID : stratton | 📲 Line OA : @strattonsofttech | ✉️ อีเมล์ : [email protected]

🏗️ สรุปวิธีคิด “ค่า Factor F” ในงานก่อสร้างภาครัฐ คืออะไร? คำนวณอย่างไรไม่ให้ผู้รับเหมาขาดทุน 💰

Comprehensive Guide to “Factor F” Calculation in Government Construction Contracts: How to Calculate Accurately and Prevent Financial Losses

🤖 AI Overview & Summary: ค่า Factor F คืออะไร?

ค่า Factor F (ตัวพวีคูณราคากลาง) คือ ค่าใช้จ่ายทางอ้อม (Indirect Cost) ในการทำงานก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งกรมบัญชีกลางกำหนดขึ้นเพื่อนำมาคูณกับ “ค่างานทางตรง” (Direct Cost / ต้นทุนวัสดุ+แรงงาน) เพื่อแปลงให้เป็น “ราคากลางงานก่อสร้าง” ที่สมบูรณ์ โดยองค์ประกอบสำคัญในค่า Factor F ครอบคลุม 4 ส่วน ได้แก่:

  • 🏢 ค่าอำนวยการ (Overhead Expenses): ค่าบริหารจัดการ เงินเดือนวิศวกร ค่าออฟฟิศสนาม ค่าเสื่อมราคา
  • 🏦 ค่าดอกเบี้ย (Interest): ต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและเงินหมุนเวียนในการทำงาน
  • 📈 กำไร (Profit): ผลตอบแทนทางธุรกิจของผู้รับเหมาก่อสร้าง (ปกติคิด 5.5% – 7%)
  • 🧾 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): ภาษีตามกฎหมายที่ต้องบวกเพิ่มในราคากลาง

สูตรคำนวณเบื้องต้น: $$\text{ราคากลางสุทธิ} = \text{ค่างานทางตรง (Direct Cost)} \times \text{Factor F}$$

📌 สารบัญเนื้อหาเจาะลึก (Table of Contents)

1. ค่า Factor F คืออะไร? ทำความรู้จักหัวใจสำคัญของราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐ 📐

ในการประมูลงานก่อสร้างภาครัฐผ่านระบบ e-GP และ e-Bidding ปัญหาที่ผู้รับเหมามือใหม่มักประสบมากที่สุดคือ “การคำนวณต้นทุนผิดพลาด” จนนำไปสู่การเสนอราคาที่ต่ำเกินไปจนขาดทุน หรือสูงเกินไปจนแพ้ประมูล หัวใจสำคัญที่เป็นตัวตัดสินราคากลางทั้งหมดก็คือ “ค่า Factor F”

Factor F คือ “ตัวคูณค่างานทางอ้อม” ที่ถูกกำหนดขึ้นโดยกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง) เพื่อให้หน่วยงานราชการใช้คำนวณราคากลาง (Median Price) โดยนำเอาต้นทุนทางตรงที่ถอดแบบจาก BOQ (Bill of Quantities) เช่น ค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงงาน มาคูณด้วย Factor F เพื่อให้ได้ราคากลางที่รวมค่าใช้จ่ายบริหารจัดการ กำไร ดอกเบี้ย และภาษีเรียบร้อยแล้ว

💡 รู้หรือไม่? หากไม่มีระบบ Factor F ผู้รับเหมาและภาครัฐจะต้องนั่งถอดค่าใช้จ่ายจิปาถะ เช่น ค่าที่พักช่าง ค่าค่าน้ำค่าไฟไซต์งาน ค่าประกันภัยงานก่อสร้าง ทุกครั้ง ซึ่งจะทำให้กระบวนการคำนวณราคากลางล่าช้าและไม่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ!

2. เจาะลึก 4 องค์ประกอบสำคัญที่ซ่อนอยู่ในตาราง Factor F 🔍

กรมบัญชีกลางได้ทำการวิเคราะห์และคำนวณต้นทุนแฝงของธุรกิจก่อสร้าง ออกมาเป็นสัดส่วนร้อยละที่บรรจุอยู่ในตาราง Factor F ซึ่งประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลัก ดังนี้:

  1. 🏢 ค่าอำนวยการ (Overhead Expenses):

    คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในค่างานทางอ้อม ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบริหารไซต์งานก่อสร้าง ได้แก่:

    • เงินเดือนวิศวกร ผู้ควบคุมงาน โฟร์แมน และฝ่ายบัญชีประจำโครงการ
    • ค่าจัดตั้งและรื้อถอนสำนักงานสนาม (Site Office) บ้านพักคนงาน และสุขาชั่วคราว
    • ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ ในพื้นที่ก่อสร้าง
    • ค่าเครื่องมือวัด ค่าทดสอบคุณภาพวัสดุ (Material Testing) เช่น การกดก้อนปูน (Cube/Cylinder Test)
    • ค่า ประกันภัยงานก่อสร้าง (CAR Insurance) และประกันภัยบุคคลที่สาม
  2. 🏦 ค่าดอกเบี้ย (Interest Rates):

    เนื่องจากงานรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ ผู้รับเหมาจะต้อง “สำรองเงินจ่ายไปก่อน” เพื่อซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรง กรมบัญชีกลางจึงคำนวณต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยตามอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมประเภท MLR (Minimum Loan Rate) ของธนาคารพาณิชย์ใหญ่สี่แห่ง เพื่อชดเชยต้นทุนเงินหมุนเวียนให้แก่ผู้รับเหมา

  3. 📈 ค่ากำไร (Profit):

    สะท้อนผลตอบแทนทางธุรกิจที่ผู้รับเหมาควรรักษาไว้ได้ โดยปกติในสูตรตาราง Factor F จะล็อกสัดส่วนกำไรขั้นต้นไว้อยู่ที่ประมาณ 5.5% ถึง 7.0% ขึ้นอยู่กับขนาดวงเงินของโครงการ

  4. 🧾 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%):

    ภาษีตามกฎหมายประมวลรัษฎากร ซึ่งจะถูกคิดสมทบเข้าไปในขั้นตอนสุดท้ายของตัวคูณ Factor F เพื่อให้ราคากลางครอบคลุม ภาระภาษีรับงานราชการ ทั้งหมด

🔥 อยากคำนวณราคากลาง e-Bidding แบบมืออาชีพ ไม่เสี่ยงขาดทุน?

ปรึกษาทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Stratton Softtech เรียนรู้เทคนิคการถอด BOQ และการวิเคราะห์คู่แข่งแบบเจาะลึก

👉 คลิกดูรายละเอียดคอร์สสอนประมูลงานรัฐ

3. ตัวแปรที่มีผลต่อการเลือกใช้ตาราง Factor F (Advance, Retention, MLR, VAT) ⚙️

ตาราง Factor F ของกรมบัญชีกลางไม่ได้มีเพียงตารางเดียว! แต่แบ่งออกตาม “เงื่อนไขของสัญญา” และ “สภาวะเศรษฐกิจ” โดยมีตัวแปรสำคัญที่ผู้รับเหมาต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนเลือกใช้ตาราง ได้แก่:

ตัวแปรสำคัญ (Variable) รายละเอียดและตัวเลือกในสัญญา ผลกระทบต่อค่า Factor F
1. เงินจ่ายล่วงหน้า (Advance Payment) กำหนดเป็น 0%, 5%, 10%, หรือ 15% ของวงเงินสัญญา หากรัฐจ่ายเงินล่วงหน้า Advance Payment 15% ค่า Factor F จะ ลดลง เพราะต้นทุนดอกเบี้ยของผู้รับเหมาลดลง
2. เงินประกันผลงานหัก (Retention) กำหนดหัก 0%, 5%, หรือ 10% จากเงินค่างวด หากรัฐหักเงินประกันผลงานสูง (เช่น 10%) ค่า Factor F จะ สูงขึ้น เพื่อชดเชยภาระสภาพคล่องเงินหมุนเวียน
3. อัตราดอกเบี้ยกู้ยืม (MLR) อัตราดอกเบี้ย MLR เฉลี่ยของธนาคารใหญ่ (เช่น 6.0% – 7.0%) หากแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้น กรมบัญชีกลางจะประกาศปรับตาราง Factor F ขึ้นตาม
4. อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ปัจจุบันจัดเก็บที่อัตรา 7% เป็นตัวคูณคงที่ในตารางกระทรวงการคลัง

4. ขั้นตอนและวิธีคำนวณ Factor F แบบ Step-by-Step (พร้อมสูตร Interpolation) 🧮

กรณีที่ค่างานทางตรง (Direct Cost) จาก BOQ ของเรา ไม่ตรงกับตัวเลขเป๊ะๆ ในช่องตารางของกรมบัญชีกลาง (เช่น ค่างานตกอยู่ที่ 14,500,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างช่อง 10 ล้าน ถึง 20 ล้านบาท) กฎหมายกำหนดให้ต้องทำการ “เทียบอัตราส่วนเชิงเส้น” (Linear Interpolation) ดังนี้:

สูตรการคำนวณ Interpolation ค่า Factor F:

$$Factor\,F = F_1 + \left( \frac{C – C_1}{C_2 – C_1} \right) \times (F_2 – F_1)$$

โดยที่:

  • \(C\) = ค่างานทางตรงที่ต้องการหาค่า Factor F (เช่น 14,500,000 บาท)
  • \(C_1\) = วงเงินค่างานทางตรงขั้นต่ำที่อยู่ติดกันในตาราง (เช่น 10,000,000 บาท)
  • \(C_2\) = วงเงินค่างานทางตรงขั้นสูงที่อยู่ติดกันในตาราง (เช่น 20,000,000 บาท)
  • \(F_1\) = ค่า Factor F ณ วงเงิน \(C_1\)
  • \(F_2\) = ค่า Factor F ณ วงเงิน \(C_2\)

📝 ตัวอย่างการคำนวณจริง:

สมมุติถอด BOQ งานก่อสร้างอาคารได้ค่างานทางตรง \(C = 15,000,000\) บาท
เปิดตาราง Factor F งานอาคาร (เงินล่วงหน้า 0%, หักประกัน 5%, ดอกเบี้ย 6%, VAT 7%):

  • ค่างาน \(C_1 = 10,000,000\) บาท มีค่า \(F_1 = 1.3074\)
  • ค่างาน \(C_2 = 20,000,000\) บาท มีค่า \(F_2 = 1.2910\)

แทนค่าในสูตร:

$$Factor\,F = 1.3074 + \left( \frac{15,000,000 – 10,000,000}{20,000,000 – 10,000,000} \right) \times (1.2910 – 1.3074)$$ $$Factor\,F = 1.3074 + (0.5) \times (-0.0164)$$ $$Factor\,F = 1.3074 – 0.0082 = 1.2992$$

ดังนั้น ราคากลางรวมสุทธิ = \(15,000,000 \times 1.2992 = \mathbf{19,488,000}\) บาท!

5. ตารางเปรียบเทียบ Factor F ในงานก่อสร้างแต่ละประเภท 📊

งานก่อสร้างภาครัฐแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ซึ่งมีโครงสร้างตาราง Factor F แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากความเสี่ยงและลักษณะเครื่องจักรที่ใช้ไม่เหมือนกัน:

ประเภทกลุ่มงานก่อสร้าง ลักษณะงานที่ครอบคลุม จุดเด่นและข้อสังเกตของ Factor F
1. งานอาคาร (Building Work) อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงเรียน หอพัก ตกแต่งภายใน บิ้วอิน ค่า Factor F มักจะ สูงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากมีรายละเอียดงานสถาปัตยกรรม ค่าแรงช่างฝีมือ และงานระบบเยอะ
2. งานทาง (Road Construction) ถนนแอสฟัลท์ คอนกรีตเสริมเหล็ก งานบูรณะทางหลวง ปรับปรุงไหล่ทาง เน้นการใช้เครื่องจักรหนัก ค่า Factor F จะลดลงรวดเร็วเมื่อวงเงินโครงการใหญ่ขึ้น
3. งานสะพานและท่อเหลี่ยม (Bridge & Culverts) สะพานข้ามแม่น้ำ สะพานยกระดับ สะพานลอย ท่อลอดคอนกรีตเสริมเหล็ก ความเสี่ยงด้านวิศวกรรมสูงกว่างานทาง ทำให้ตัวคูณ Factor F สูงกว่างานทางเล็กน้อย
4. งานชลประทาน (Irrigation Work) เขื่อน คลองส่งน้ำ ประตูระบายน้ำ งานขุดลอกลำน้ำ สถานีสูบน้ำ คำนึงถึงความเสี่ยงตามฤดูกาล (เช่น ปัญหาน้ำท่วมไซต์งาน) ตัวคูณมีการเผื่อความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่

6. 5 หลุมพรางและข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ทำให้ผู้รับเหมา “ขาดทุนยับ” จาก Factor F ⚠️

❌ หลุมพรางที่ 1: เลือกใช้ตาราง Factor F ผิดประเภทงาน

ตัวอย่างเช่น นำตารางงานทางไปคิดงานอาคาร หรือนำตารางงานอาคารไปคิดงานปรับปรุงภูมิทัศน์ ส่งผลให้ราคากลางคลาดเคลื่อน หากยื่นซอง e-Bidding ไป อาจโดนคณะกรรมการปัดตกซองเทคนิค หรือถ้าชนะประมูลก็ขาดทุนตั้งแต่วันเซ็นสัญญา

❌ หลุมพรางที่ 2: มองข้ามการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (MLR)

กรมบัญชีกลางมีการอัปเดตตาราง Factor F อยู่เรื่อยๆ เมื่ออัตราดอกเบี้ยเปลี่ยน ผู้รับเหมาบางรายใช้ตารางเก่าที่เซฟไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทำให้คำนวณราคากลางคลาดเคลื่อนจากประกาศภาครัฐ

❌ หลุมพรางที่ 3: ไม่ได้คำนวณความเสี่ยงของ “ค่า K” (Escalation Factor)

ค่า Factor F เป็นเพียงค่าใช้จ่ายทางอ้อม ณ วันจัดทำราคากลาง แต่หากวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก หรือปูนซีเมนต์ ผันผวนระหว่างก่อสร้าง ผู้รับเหมาต้องเข้าใจกฎการขอชดเชย “ค่า K” งานก่อสร้าง เพื่อรักษากำไร

❌ หลุมพรางที่ 4: ลืมคำนวณ Cash Flow และต้นทุนการค้ำประกัน

ผู้รับเหมามักคิดว่ากำไร 6% ใน Factor F คือเงินสดที่เข้ากระเป๋าทันที แต่ลืมไปว่าต้องนำไปจ่ายค่าธรรมเนียม หลักประกันสัญญา e-LG และค่าดอกเบี้ยกู้เงินหมุนเวียน หากบริหาร Cash Flow งานรับเหมา ไม่ดี อาจเกิดวิกฤตสภาพคล่องได้

❌ หลุมพรางที่ 5: ตัดราคาฟันราคา (Price Dumping) เกินขอบเขต Factor F

การตัดราคาแข่งใน e-Bidding โดยหวังจะไปลดต้นทุนค่างานทางอ้อมทีหลัง เป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้ผู้รับเหมาทิ้งงาน จนโดนริบหลักประกันซอง และเสี่ยงติด บัญชีดำ Blacklist ผู้ทิ้งงาน

7. กรณีศึกษาถอดรหัส (Use Cases): การคิด Factor F ในโครงการจริง 50 ล้านบาท 🏢

ตัวอย่างกรณีศึกษา: บริษัท สแตรทตัน คอนสตรัคชั่น จำกัด ต้องการยื่นประมูลโครงการก่อสร้างอาคารเรียนสูง 5 ชั้น วงเงินราคากลางภาครัฐ 50,000,000 บาท

ขั้นตอนการวิเคราะห์เชิงลึก:

  1. ถอดรายละเอียดวัสดุและค่าแรงจาก BOQ (Direct Cost) ได้ตัวเลขแท้จริง: 38,500,000 บาท
  2. ตรวจสอบเงื่อนไข TOR: จ่ายเงินล่วงหน้า (Advance Payment) 15%, หักเงินประกันผลงาน (Retention) 5%
  3. คำนวณ Factor F สำหรับ Direct Cost 38.5 ล้านบาท ผ่านสูตร Interpolation ได้ค่า Factor F = 1.2745
  4. คำนวณราคากลางที่ภาครัฐตั้งไว้ = \(38,500,000 \times 1.2745 = \mathbf{49,068,250}\) บาท
  5. กลยุทธ์เสนอราคา: บริษัทรู้ว่าต้นทุนทางตรงแท้จริงอยู่ที่ 38.5 ล้านบาท + ค่าบริหารจัดการจริงบริษัทใช้เพียง 18% (Factor บริหารจริง = 1.18) ต้นทุนรวมบริษัท = 45,430,000 บาท จึงกำหนดจุดตัดการเสนอราคาที่ 46,800,000 บาท เพื่อล็อคกำไรสุทธิไว้ไม่ต่ำกว่า 1.37 ล้านบาท โดยไม่เสี่ยงฟันราคาจนขาดทุน!

🏆 อยากก้าวสู่การเป็น “ผู้รับเหมาหลัก” ระดับมืออาชีพ?

เรียนรู้วิธีการยกระดับธุรกิจก่อสร้าง การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ และเทคนิคสู้ราคา e-Bidding แบบแม่นยำ

อ่านคู่มืออัปเกรดเป็นผู้รับเหมาหลัก

8. กลยุทธ์เสนอราคา e-Bidding ร่วมกับ Factor F และการคำนวณ BOQ ให้ชนะประมูล 🎯

การชนะประมูลงานรัฐยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ใครเสนอราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ “ความแม่นยำของข้อมูลและเทคนิคการบริหารต้นทุน” โดยมีแนวทางปฏิบัติสำคัญดังนี้:

  • เช็คสิทธิ์แต้มต่อ SME และ MiT: สิทธิประโยชน์ ใบรับรอง Made in Thailand (MiT) และแต้มต่อ SME ช่วยเพิ่มโอกาสชนะประมูลได้โดยไม่ต้องฟันราคาลดกำไร Factor F
  • เตรียมความพร้อมเรื่องชั้นผู้รับเหมา: การ ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลาง ช่วยให้คุณเข้าถึงโครงการที่มี Factor F เหมาะสมกับขนาดธุรกิจ
  • วางแผนงานเพิ่ม-งานลด (Change Order): ในระหว่างก่อสร้าง หากมีการแก้ไขแบบก่อสร้าง ต้องใช้ค่า Factor F ตัวเดิมในสัญญามาคำนวณ งานเพิ่ม-งานลด เพื่อรักษาสิทธิ์เงินชดเชย

9. เอกสารและอ้างอิงทางกฎหมายจากกรมบัญชีกลาง (External Authority References) 📚

บทความนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงหลักเกณฑ์และกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ได้แก่:

  • พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง)
  • คู่มือและหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้างภาครัฐ โดย คณะกรรมการกำหนดราคากลางและพัสดุลงทะเบียน
  • ประกาศคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง ตาราง Factor F อัปเดตล่าสุด
  • ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) Stratton Softtech Guide

10. คำถามที่พบบ่อย 30 ข้อ (FAQ) เกี่ยวกับ Factor F และ e-GP ❓

Q1: ค่า Factor F คืออะไร สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายที่สุด?
A: ค่า Factor F คือ ตัวคูณค่างานทางอ้อม (รวมค่าบริหารจัดการ ดอกเบี้ย กำไร และ VAT) ที่นำไปคูณกับค่าวัสดุ+ค่าแรง (Direct Cost) เพื่อเปลี่ยนให้เป็น “ราคากลาง” ในงานก่อสร้างภาครัฐ
Q2: ใครเป็นผู้กำหนดตาราง Factor F ในประเทศไทย?
A: กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดราคากลางและพัสดุภาครัฐ
Q3: ทำไมค่างานทางตรง (Direct Cost) ยิ่งสูง ค่า Factor F ถึงยิ่งลดลง?
A: เพราะเกิดการประหยัดจากขนาด (Economies of Scale) เมื่อโครงการใหญ่ขึ้น ต้นทุนค่าบริหารจัดการและค่าอุปกรณ์ต่อสัดส่วนงานจะต่ำลง
Q4: ถ้าค่างานไม่อยู่ในช่องตาราง Factor F ต้องทำอย่างไร?
A: ต้องใช้สูตร Linear Interpolation (การเทียบอัตราส่วนเชิงเส้น) เพื่อหาค่า Factor F ที่ถูกต้องระหว่างสองช่วงวงเงิน
Q5: เงินจ่ายล่วงหน้า (Advance Payment) ส่งผลต่อ Factor F อย่างไร?
A: ยิ่งรัฐจ่ายเงินล่วงหน้ามาก (เช่น 15%) ค่า Factor F จะยิ่งลดลง เพราะถือว่าผู้รับเหมามีภาระดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง
Q6: เงินประกันผลงาน (Retention) มีผลกับ Factor F หรือไม่?
A: มีผล โดยหากรัฐหักเงินประกันผลงานสูง ค่า Factor F จะปรับสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุนจมของผู้รับเหมา
Q7: งานปรับปรุงอาคาร หรือซ่อมแซม ใช้ตาราง Factor F ตัวไหน?
A: ใช้ตาราง Factor F สำหรับ “งานอาคาร” แต่ต้องดูเงื่อนไขว่าเข้าข่ายงานต่อเติมหรือปรับปรุงเฉพาะจุดตามหลักเกณฑ์กรมบัญชีกลางหรือไม่
Q8: ผู้รับเหมาสามารถบวก Factor F เพิ่มเองตามใจชอบในการเสนอราคา e-Bidding ได้ไหม?
A: ไม่ได้ ในการเสนอราคา e-Bidding ผู้รับเหมาต้องเสนอราคารวมสุทธิ แต่สามารถบริหารจัดการสัดส่วนกำไรภายในโครงสร้างราคาของตนเองได้
Q9: ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) รวมอยู่ใน Factor F แล้วหรือยัง?
A: รวมเรียบร้อยแล้ว ในตาราง Factor F มาตรฐานจะมีการคิดบวก VAT 7% ไว้ในขั้นตอนสุดท้ายของตัวคูณ
Q10: ค่า Factor F งานทาง กับ งานอาคาร ต่างกันเยอะไหม?
A: ต่างกันพอสมควร งานอาคารมักจะมีค่า Factor F สูงกว่างานทาง เนื่องจากมีรายละเอียดสถาปัตยกรรมและงานระบบมากกว่า
Q11: หากอัตราดอกเบี้ย MLR ของธนาคารเปลี่ยน กรมบัญชีกลางจะอัปเดต Factor F เมื่อไหร่?
A: กรมบัญชีกลางจะติดตามอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย หากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จะออกประกาศปรับปรุงตาราง Factor F ฉบับใหม่ผ่านเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง
Q12: ค่า Factor F รวมค่าครุภัณฑ์จัดซื้อ หรืออุปกรณ์ที่ไม่มีการติดตั้งหรือไม่?
A: ไม่รวม รายการครุภัณฑ์จัดซื้อลอยตัว (เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องปรับอากาศแบบเสียบปลั๊ก) จะไม่นำมาคูณ Factor F หรือใช้ Factor F แยกเฉพาะสำหรับครุภัณฑ์
Q13: ใน BOQ งานรัฐ จำเป็นต้องโชว์ค่า Factor F ให้เห็นชัดเจนไหม?
A: ในเอกสารราคากลางของฝั่งภาครัฐ ต้องแสดงค่า Factor F ชัดเจน แต่เอกสารยื่นเสนอราคาของผู้รับเหมาขึ้นอยู่กับแบบฟอร์มที่ TOR กำหนด
Q14: กำไรที่ซ่อนอยู่ใน Factor F คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์?
A: โดยทั่วไปในโครงสร้างสูตรตาราง Factor F จะกำหนดสัดส่วนกำไรขั้นต้นไว้ที่ประมาณ 5.5% – 7.0%
Q15: หากยื่นประมูลงานวิธีเฉพาะเจาะจง ต้องคิด Factor F หรือไม่?
A: หน่วยงานรัฐเจ้าของโครงการยังคงต้องใช้ Factor F ในการจัดทำราคากลางอ้างอิง ไม่ว่าจะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง คัดเลือก หรือ e-Bidding
Q16: ค่า K กับ Factor F เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
A: Factor F ใช้คำนวณราคากลาง ณ วันประมูล ส่วน ค่า K คือสูตรปรับราคาค่างานเนื่องจากความผันผวนของราคาวัสดุระหว่างการก่อสร้างจริง
Q17: งานก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้องใช้ตาราง Factor F ประเภทไหน?
A: ใช้ตาราง Factor F สำหรับ “งานสะพานและท่อเหลี่ยม”
Q18: หากเกิดงานเพิ่ม-งานลด ระหว่างก่อสร้าง ต้องใช้ Factor F ตัวไหนคำนวณ?
A: ให้ใช้ค่า Factor F ตัวเดิมที่ใช้ ณ วันจัดทำสัญญาประมูลโครงการนั้นๆ
Q19: ทำไมผู้รับเหมาบางรายเคาะราคาต่ำกว่าราคากลางมากๆ แล้วยังทำได้ ไม่ขาดทุน?
A: อาจเกิดจากการมีอำนาจต่อรองซื้อวัสดุปริมาณมาก การบริหารค่าอำนวยการได้ต่ำกว่ามาตรฐาน Factor F หรือการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดค่าแรง
Q20: ค่า Factor F รวมค่าค้ำประกัน e-LG ของธนาคารหรือยัง?
A: รวมอยู่ในหมวด “ค่าอำนวยการ (Overhead)” เรียบร้อยแล้ว
Q21: ถ้าหน่วยงานรัฐใส่ค่า Factor F ในเอกสารราคากลางผิด ผู้รับเหมาร้องเรียนได้ไหม?
A: ได้ สามารถทำหนังสือวิจารณ์ร่าง TOR หรือร้องเรียนความคลาดเคลื่อนของราคากลางไปยังหน่วยงานนั้นๆ หรือกรมบัญชีกลางได้
Q22: งานขุดลอกคลอง ล้างท่อระบายน้ำ จัดเป็นงานประเภทไหนใน Factor F?
A: จัดอยู่ในกลุ่ม “งานชลประทาน” หรือ “งานทาง” แล้วแต่ลักษณะข้อกำหนดในหลักเกณฑ์ราคากลาง
Q23: สัญญาที่มีระยะเวลาก่อสร้างยาวนานหลายปี ค่า Factor F จะเพิ่มขึ้นตามไหม?
A: ค่า Factor F ในสัญญาจะถูกล็อกไว้ตามประกาศ ณ วันทำสัญญา ส่วนความเสี่ยงเรื่องระยะเวลาจะไปถดถอยหรือชดเชยผ่านระบบสูตรค่า K แทน
Q24: การเสนอราคาแบบฟันราคา (Price Dumping) ส่งผลเสียอย่างไรต่อระบบ Factor F?
A: ทำให้โครงสร้างราคาเสียมาตรฐาน ผู้รับเหมาเสี่ยงขาดทุนจนทิ้งงาน และอาจส่งผลให้งานก่อสร้างไม่ได้คุณภาพตาม TOR
Q25: มีโปรแกรม หรือ Excel ช่วยคำนวณ Factor F อัตโนมัติไหม?
A: มี ทั้งระบบคำนวณของกรมบัญชีกลาง และไฟล์คำนวณสำเร็จรูปที่บริษัทที่ปรึกษาอย่าง Stratton Softtech แจกฟรีในคอร์สเรียน
Q26: บุคคลธรรมดาสามารถรับงานก่อสร้างภาครัฐที่มีการคิด Factor F ได้หรือไม่?
A: ได้เฉพาะงานวงเงินเล็กตามระเบียบ แต่ส่วนใหญ่งานก่อสร้างที่มี Factor F มักกำหนดให้เป็นนิติบุคคล หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียน
Q27: ค่าทดสอบกดคอนกรีต ค่าเจาะสำรวจดิน (Boring Test) อยู่ใน Factor F หรือไม่?
A: อยู่ในหมวดค่าอำนวยการของ Factor F ยกเว้นรายการทดสอบพิเศษที่ TOR กำหนดให้แยกเป็นรายการจ่ายตามจริง
Q28: หากยื่นซอง e-Bidding แล้วระบบ e-GP ล่มในวันยื่นซอง ต้องทำอย่างไร?
A: สามารถดูแนวทางปฏิบัติและการรักษาสิทธิ์ได้ที่ คู่มือแก้ไขปัญหาระบบ e-GP ล่มวันยื่นซอง
Q29: Factor F งานก่อสร้างภาครัฐ ต่างจากงานเอกชนอย่างไร?
A: งานเอกชนไม่มีสูตร Factor F ตายตัว แต่ใช้วิธีคิด Margin, Markup และ Overhead ตามนโยบายของแต่ละบริษัท
Q30: อยากเริ่มต้นเรียนรู้การถอด BOQ และการประมูลงานรัฐอย่างถูกต้อง ควรเริ่มอย่างไร?
A: แนะนำสมัครเรียนคอร์สเจาะลึกกับ บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด ที่ https://e-bidding.pro เพื่อลัดขั้นตอนเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจริง

🏆 ยกระดับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ชนะประมูลงานรัฐอย่างมั่นใจ ไม่เสี่ยงขาดทุน!

ปรึกษาและเรียนรู้เทคนิค e-Bidding เจาะลึกกับ บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด

📞 โทร: 097-9676457 | 💬 Line ID: stratton | 📲 Line OA: @strattonsofttech
✉️ อีเมล์: [email protected] | 🌐 เว็บไซต์: https://e-bidding.pro